กินอะไรช่วยลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก-7

กินอะไรช่วยลดน้ำหนัก

ก่อนหน้านี้เคยเขียนบทความ กินอะไรถึงอ้วนง่าย  และ กินยังไงไม่ให้อ้วน หลายคนก็เกิดคำถามว่า แล้ว “กินอะไรช่วยลดน้ำหนัก”


 

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า เราอ้วนได้เพราะอะไร

สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจาก “การกินเยอะ” 

บางคนอาจเถียงว่า …ไม่นะ…ฉันไม่ได้กินเยอะเลย  วันๆแทบจะไม่ได้กินอะไรด้วยซ้ำ


เอาล่ะ….เราตัดเรื่องจับผิดกันออกไปนะคะ  ว่าไอ้ที่ไม่เยอะมันมีอะไรบ้าง  เอาเป็นว่าเราไม่สนใจนะคะว่าคุณจะกินอะไร  เยอะหรือไม่เยอะ  แต่ข้อเท็จจริงคือ “เราอ้วนขึ้น”


วันนี้เราจะไม่พูดถึงคนที่มีโรคประจำตัว เป็นโรคระบบเผาผลาญผิดปกติ หรืออ้วนฮอร์โมนอะไรก็แล้วแต่  ขอตัดประเด็นคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ออกนะคะ

ถ้าคุณสงสัยว่าคุณจัดอยู่ในกลุ่มนี้ กรุณาไปพบแพทย์ค่ะ  หมอเท่านั้นที่จะยืนยันได้ว่าคุณเป็นอะไร  สรุปว่าบทความนี้ เราจะพูดถึงคนปกติทั่วๆไปนะคะ


พลังงานออก น้อยกว่า พลังงานเข้า

ที่เราอ้วนขึ้นก็เพราะ “พลังงานที่ร่างกายใช้”  กับ  “อาหารที่เรากินเข้าไป”  มันไม่สมดุลกัน กินเยอะกว่าที่ใช้ ก็ต้องอ้วนขึ้น อันนี้เป็นข้อเท็จจริงนะคะ


ไม่…ฉันกินไม่เยอะ

ถ้าบอกว่ากินไม่เยอะ  แล้วอะไรล่ะ ที่มาตัดสินว่า “เยอะหรือไม่เยอะ”

ก็ตัวคุณเองใช่มั้ย  คุณบอกว่าไม่เยอะ แต่คนอื่นมองคุณ เขาอาจบอกว่าเยอะก็ได้นะ

และที่สำคัญ ความอ้วนมันไม่ได้แป๊บๆ ก็อ้วนเลยนะ  มันสะสมหลายปี กว่าคุณจะรู้สึกว่าอ้วน


แล้วจะลดความอ้วนได้ยังไง

ทีนี้เราเข้าใจตรงกันแล้วนะว่า  “กินเยอะไงถึงได้อ้วน”  แล้วจะลดความอ้วนได้ยังไง

ใช่ค่ะ….“ก็ลดการกินลงไง”  จบ. (อ๊ะ…อย่าเพิ่งวีนแตกใส่แอดมินนะ)


อยากลดความอ้วนแบบสบายๆใช่มั้ยล่าาา รู้ทันนะ…

ที่มักมีคนถามว่า “กินอะไรช่วยลดความอ้วน กินอะไรช่วยลดน้ำหนัก”

แสดงว่า ในใจยังอยากสบาย  แต่ก็อยากผอมด้วยใช่มั้ยเอ่ย

ก่อนอื่น คุณต้องเปลี่ยนความคิด ที่จะผอมแบบสบายๆก่อน  อย่าเพิ่งคิดหาทางลัด คิดอย่างเดียวก่อนคือพึ่งพาตัวเองก่อน

“มันต้องเปลี่ยน”  นี่คือคีย์เวิร์ดของการลดความอ้วน

เมื่อเข้าใจแล้ว ลงมือทำค่ะ แล้วลองกลับมาถามตัวเองว่า “กินอะไรช่วยลดความอ้วน”  มันจะรู้สึกว่าไม่มีเหตุผลเลยใช่มั้ยคะ


สรุป กินอะไรช่วยลดน้ำหนัก

คำตอบคือ  “ไม่มี”  ไม่มีอาหารอะไรบนโลกนี้ ที่มีคุณสมบัติช่วยลดความอ้วนได้  ตราบใดที่คุณยังเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองไม่ได้  ไม่ว่าจะกินอะไร มันก็ลดความอ้วนแบบยั่งยืนไม่ได้


แล้วผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ทั้งหลายล่ะ ช่วยอะไรมั้ย

มันมีส่วนช่วยจริงค่ะ แต่เราก็ต้องเข้าใจว่า จริงๆแล้วมันช่วยอะไร เช่น ชา ก็มีหลายแบบนะ

ชาระบาย  ช่วยให้ถ่ายออก สบาย โล่ง แต่ที่ออกคือน้ำทั้งนั้น ไม่ใช่ไขมันค่ะ

ชาเร่งเผาผลาญ  มีงานวิจัยที่ยืนยันจริงๆ อันนี้ยอมรับ ช่วยเพิ่มการเผาผลาญจริงๆค่ะ แต่ถ้ายังขี้เกียจอยู่ ยังกินเยอะอยู่ มันก็ไม่เห็นผลซักที

ชาช่วยอิ่ม  ก็ดีสำหรับคนที่ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ ยังฝึกการเปลี่ยนแปลงอยู่ เหมือนระงับความอยากชั่วคราว  แต่ถ้ายังกินเยอะอยู่ ก็ช่วยอะไรไม่ได้

โปรตีน วิตามิน  ก็คือสารอาหารจำเป็นขั้นพื้นฐาน ไม่ได้มีสารอะไรที่ช่วยลดน้ำหนักโดยตรง เพียงแค่มันสกัดเอาแบบเข้มข้นมาให้ แล้วถูกสกัดเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออก จึงทำให้แคลอรี่น้อยลง  ประหยัดเวลาเรามากขึ้น

ไฟเบอร์  เป็นใยอาหารดีๆ เพื่อให้อิ่มง่าย ถ่ายสะดวก ดูดซับไขมัน  แต่มันไม่ได้มีสารอะไรที่เร่งลดน้ำหนักเลย

บางที่เขียนว่า ทุเรียนช่วยลดน้ำหนัก คนที่ชอบกินอยู่แล้ว ก็กระหยิ่มยิ้มย่องเลยค่ะ จากที่กิน 1 พู  เพิ่มเป็น 2 พู 3 พู   ผ่านไปหลายเดือน ทำไมไม่ผอมลงซักที

มันไม่ได้ผิดที่ทุเรียนค่ะ  ไม่ได้ผิดที่อาหาร  แต่มันผิดที่ กินของทุกอย่างรวมๆกันแล้ว  เยอะว่าพลังงานที่ใช้ออกไป


สารอาหาร 5 หมู่ คือ กุญแจสำคัญที่สุด

ร่างกายเราไม่รู้หรอกค่ะว่า มันอร่อยมั้ย มันคืออะไร  มันรู้จักแค่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ น้ำ

ไม่ว่าจะกินอะไรเข้าไป  มันก็ย่อยออกมาได้แค่ 6 อย่างนี้แหล่ะค่ะ

และสารอาหารที่ให้พลังงานกับเรา  ก็มีแค่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เท่านั้น

พลังงานเหลือใช้  ก็เก็บเป็นไขมัน แค่นี้เองค่ะ


สรุปง่ายๆ กินอะไรช่วยลดความอ้วน ช่วยลดน้ำหนัก

1. กินทุกอย่าง กินอย่างชาวบ้าน กินให้หลากหลาย สับปลี่ยนหมุนเวียนกันไป กินให้ครบ 5 หมู่

2. ปรับปริมาณ  แค่ปรับบางอย่างให้น้อยลง และบางอย่างให้มากขึ้น เพราะที่อ้วนได้ เพราะมันไม่สมดุลค่ะ

เช่น คนส่วนใหญ่มักกินแป้งกันเกินพิกัดมาก  วิธีแก้ก็คือ ลดแป้งลงค่ะ   และคนส่วนใหญ่ก็มักกินผักกันน้อยมากๆ ก็ต้องเพิ่มผักค่ะ


ยังไงก็ยังอยากมีตัวช่วย

หลังจากเข้าใจที่อธิบายข้างต้นแล้ว พยายามปรับเปลี่ยนตัวเองแล้ว  จะคิดหาตัวช่วย  ตัวอำนวยความสะดวกในบางครั้ง ก็ไม่ผิดแล้วค่ะ

แต่ไม่ใช่ว่า  พอเห็นว่ามีตัวช่วยแล้ว ไอ้ที่ทำดีๆมาตลอด ก็ปล่อย และกินเยอะเหมือนเดิม แบบนี้ก็ไม่ได้


freeebook

 

กินอะไรถึงอ้วนง่าย

ลดน้ำหนัก-6

กินอะไรถึงอ้วนง่าย ?

สมดุลแคลอรี่ เข้า-ออก คือกุญแจสำคัญ ที่จะทำให้อ้วนหรือไม่อ้วน  แต่แคลอรี่ไม่จำเป็นต้องทำให้อ้วนเสมอไป ถ้ามันคือ แคลอรี่ดี

ความอ้วนไม่ได้มาจากการกินเยอะเสมอไป และความอ้วนก็ไม่ได้มาจากการกินไขมันเสมอไปด้วย

บางบทความของต่างประเทศ เขาบอกว่า ไขมันอิ่มตัว ไม่ได้เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจ  ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่พวกเราเคยได้รับข้อมูลกันมา


แล้วอะไรทำให้อ้วน และเกิดโรคกันแน่

สิ่งที่ทำให้อ้วน และก่อโรคน่าจะเป็น อาหารแปรรูป ต่างหาก

ทำไมคนโบราณไม่ค่อยอ้วน จะเสียชีวิตก็เพราะโรคระบาด เชื้อโรค

แต่คนสมัยนี้ อ้วนกันเกินครึ่งโลกแล้วมั๊ง  ก็เจ้าอาหารแปรรูปนี่แหล่ะ ก็มันทั้งอร่อย และหาซื้อง่าย กินง่าย ready-to-eat ไม่ต้องเสียเวลาไง

อาหารแปรรูปล้วนเพิ่มสารเคมี เพิ่มน้ำตาล เพิ่มเกลือ แต่ไปลดวิตามิน และลดคุณค่าต่างๆไปหมด


แล้วกินพวกแป้งน้ำตาลเยอะ มันไม่ดียังไง

ก่อนอื่น ต้องอธิบายกระบวนการภายในเซลล์ไขมัน ให้เข้าใจก่อนนะคะ

ตามปกติแล้ว ฮอร์โมนทุกอย่างในร่างกายเรา มันต้องทำงานร่วมกับไขมัน โดยฮอร์โมนมันจะเรียกไขมันให้ออกมาจากเซลล์ เอามาใช้เป็นพลังงาน

เหมือนเพื่อนร่วมงานที่ต้องทำงานเป็นกลุ่ม แต่ไอ้เจ้าไขมันเนี่ยะ มันชอบขี้เกียจ เพื่อนๆฮอร์โมนก็ต้องคอยปลุกมัน ให้ลุกขึ้นมาทำงานเป็นประจำ


แต่จะมีฮอร์โมนตัวนึง กลับเป็นตัวกระตุ้นให้กักเก็บไขมัน นั่นก็คือ ฮอร์โมนอินซูลิน


เมื่อเรากินน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายๆ  อินซูลิน ก็จะล้นทะลักทันที

แล้วอินซูลิน ก็จะสั่งให้เซลล์ไขมัน “อยู่นิ่งๆนะ… แกอย่าเพิ่งออกมานะ…  เพราะชั้นกำลังจัดการกับเจ้าน้ำตาลพวกนี้อยู่”

“ไขมันเอ๋ย…แกมันเชื่องช้า กว่าจะแตกตัวเป็นพลังงานให้เจ้านาย มันไม่ทันกินเว้ย…”

น้ำตาลมันเหลือเยอะซะขนาดนี้ ชั้นต้องจัดการเปลี่ยนมันให้เป็นพลังงานก่อน เพราะมันง่าย และเร็วกว่า


แต่สุดท้าย น้ำตาลมันก็เยอะจนเหลืออยู่ดี  ทำไงล่ะ

งั้นเจ้าไขมัน… แกช่วยเบียดๆกันหน่อย  ชั้นมีสมาชิกใหม่มาฝาก   อ๊ะ…เอาไป  ชิดในเลยเพ่…

และแล้วเซลล์ไขมันก็พองขึ้นๆๆๆ


แล้วทำไมต้องไปเก็บในเซลล์ไขมัน  

ก็เพราะเซลล์ไขมันมันสามารถขยายตัวได้เยอะ เหมือนบ้านคุณมีห้องเก็บของที่ขยายได้นั่นแหล่ะ

ถ้าไม่อยากให้น้ำตาลมันขึ้นเร็วๆ ก็ต้องมีตัวชลอ นั่นก็คือ ไฟเบอร์ นั่นเองค่ะ

ไฟเบอร์ มันก็อยู่ในอาหารธรรมชาติอยู่แล้ว แต่คนเราชอบแยกมันออกมา


แล้วจะทำยังไง ให้ไขมัน มันออกมาทำงาน

ตามปกติแล้วร่างกายเรา จะมีระดับอินซูลินที่เหมาะสมของมัน (ถ้ายังจำได้ “อินซูลิน” เป็นตัวใช้น้ำตาล แต่กักเก็บไขมัน)

ยกตัวอย่างเช่น ให้สเกล 1-10  ระดับอินซูลินที่เหมาะสม คือ 4-6

ถ้ากินแป้งน้ำตาลมากๆ อินซูลินก็จะขึ้นสูงปรี๊ดเป็น 7-10   มันก็จะเหมือนโดนฆ่าศึกโจมตี ทหารอ้วนๆแก่ๆเข้าไปหลบก่อน มันเกะกะ

ถ้าอดแป้งน้ำตาล อินซูลินก็จะต่ำเตี้ยเป็น 1-3   มันเหมือนทั้งแผ่นดินมันเข้าหน้าแล้ง ไม่มีอะไรจะกิน  มันก็ยิ่งต้องสะสมไขมัน

ถ้ากินอย่างพอดี กินแบบกระตุ้นซูลินทีละน้อย ให้อยู่ในระดับกลางๆ  ระบบก็จะเดินไปตามปกติได้ ไขมันที่เกินก็สามารถถูกกำจัดได้


 

แต่อย่าลืมว่า อาหารแปรรูปไม่ได้มีแค่น้ำตาลนะคะ

มันมีเกลือ สารเคมี และสิ่งเจือปนที่่เราไม่รู้จักอีกเพียบ  พวกนี้แหล่ะค่ะ มันมักจะไปหลบซ่อนในเซลล์ไขมัน  เพราะเซลล์ไขมันเป็นที่ซ่อนที่ดีที่สุด

ทำให้ระบบทุกอย่างขาดสมดุล  กระทบต่อๆกันเป็นลูกโซ่ อ้วนง่ายขึ้น เป็นโรคต่างๆ เช่น หัวใจ เบาหวาน ไขมัน มะเร็ง


แล้วสรุปว่า อะไรทำให้อ้วนกันแน่?

กินไขมันทำให้อ้วนหรือ?

มันหมู หนังหมู ไข่แดง ล้วนเป็น อาหาร real real ไม่ได้แปรรูปอะไรเลย แค่ทำให้สุก ก็กินได้แล้ว แล้วมันจะไม่ดีได้ไง

…ที่มันไม่ดีคือ เราเอาไปทอดต่างหาก


กินคาร์บทำให้อ้วนหรือ?

หัวมัน หัวเผือก ข้าวโพด พืชหัว พืชหนักแป้ง มันก็คือ อาหาร real real ไม่ได้แปรรูป ไม่ได้ขัดสี แค่ทำให้สุก ก็กินได้เหมือนกัน แล้วมันจะไม่ดีได้ไง

…จริงๆพวกนี้มันดีกว่ากินข้าวอีกนะ   แต่ที่มันจะไม่ดีก็เพราะ เราชอบเอามันไปปรุง ไปใส่น้ำตาลน่ะแหล่ะ  อย่าลืมนะคาร์บต้องคู่กับไฟเบอร์ถึงจะดี


 

แล้วถ้ากินพวกอาหาร real real ที่ว่า เยอะๆ ไม่อ้วนหรอ?

… กินเยอะเกินยังไงก็อ้วนค่ะ  แต่ถ้าลองแล้วจะรู้ว่า มันอิ่มจนไม่อยากไปกินอย่างอื่นค่ะ  มันอยู่ท้อง  มันไม่หิวง่าย มันไม่วอกแวก


สมมติว่า นาย  A  ทั้งวันกินแต่อาหาร real realที่ว่า กินแบบอิ่มพุงกาง  3 มื้อนะ สมมติว่าได้  2000 แคลอรี่

กับอีกคนนึงนาย  B  บอกว่าขอกินแต่อาหารแปรรูป แต่กินแบบจำกัดแคลอรี่ สมมติว่าได้  1500 แคลอรี่

มาลองคิดถึงสถานการณ์จริงๆกัน

ถ้านาย  B ผอมลงได้ ก็คงอ้วนขึ้นง่ายมาก เพราะมันไม่อิ่ม แน่ๆ


ขนมกรุบกรอบถุงนึงก็เกือบ 500 แคลอรี่ กินได้แค่ 3 ถุง ก็ครบ 1500 แล้ว ถามว่ากินแค่นั้นอิ่มเหรอ

ใครจะทนหิวได้ตั้งนาน มันทำได้เป็นเดือนๆ ปีๆ และตลอดไปมั้ย

อีกอย่างนึง ระบบสมดุลอินซูลินก็เสีย พอกินเยอะขึ้น ก็ยิ่งอ้วนขึ้นง่าย


แคลอรี่ก่อประโยชน์ กับแคลอรี่ไร้ประโยชน์

อาหารมันให้พลังงาน(แคลอรี่)ก็จริง แต่มันก็มีดีและมีเลวด้วยนะ รู้ยัง?

แคลอรี่ดี มันก็เหมือนคนดี ตั้งใจทำงาน ขยันขันแข็ง เคารพกฏสังคม  ต่อให้มีมาก แต่มันก็ขยันทำประโยชน์

…แต่ แคลอรี่เลว มันก็เหมือนคนเลว ขี้เกียจ รกแผ่นดิน วันๆไม่คิดจะทำประโยชน์อะไร หายใจทิ้งไปวันๆ ก่อคดีฆ่าข่มขืน โกงกินบ้านเมือง คนอื่นเสียภาษีให้เพื่อมาเลี้ยงพวกนี้

แคลอรี่ดีๆที่เรากินเข้าไป ต่อให้มันให้แคลอรี่สูง แต่ถ้ามันมีประโยชน์ ก็สมควรกินนะคะ


สรุป “กินอะไรถึงอ้วนง่าย”  ก็กินพวกอาหารแปรรูปทั้งหลายนั่นเองค่ะ


freeebook

กินยังไงไม่ให้อ้วน

ลดน้ำหนัก-4

กินยังไงไม่ให้อ้วน

ก่อนจะตอบคำถามที่ว่า “กินยังไงไม่ให้อ้วน”  ลองคิดย้อนว่า “กินยังไงถึงได้อ้วน”

ก็กินเยอะเกินไป กินขนม ของหวาน ของทอด หรือรวมๆแล้วก็คือ “ก็กินอย่างที่เรากินมาโดยตลอด” นั่นเอง

ดังนั้น “กินยังไงไม่ให้อ้วน” ก็คือ เปลี่ยนการกินไม่ให้เหมือนเดิม คือจะดื้อยังไง คำตอบสุดท้ายคือ “ต้องเปลี่ยน” น่ะค่ะ  ไม่งั้นมันก็เหมือนเดิม


แต่…วิธีเปลี่ยนมันก็ต้องมีเทคนิค

ไม่ใช่แค่ลดปริมาณอย่างเดียว เพราะไม่งั้นเราก็หิว ไม่ชินกับการที่ต้องกินน้อยลง

เคล็ดลับคือ “กินให้อิ่ม” (อิ่มพอดีๆนะ ไม่อิ่มเว่อร์เหมือนไปกินบุฟเฟ่ต์นะ)

แต่ๆๆๆ…อย่าเพิ่งได้ใจ แล้วรีบไปกินค่ะ  เพราะเรามีเงื่อนไขนะคะ


แครอท

กินอะไร —> กินวัตถุดิบแบบ Real Real

คืออะไรที่มันไม่แปรรูปมาก เห็นกันจะๆว่ามันคืออะไร เช่น

คาร์บ : ฟักทอง ข้าวโพด มัน พืชหนักแป้ง ข้าวกล้อง

(จริงๆถ้าให้เทียบระหว่าง ข้าวกล้อง กับ ข้าวโพด ข้าวโพดยังจะดีซะกว่านะ เพราะข้าวกล้องแปรรูปมากกว่า  แต่คนไทยเราก็ต้องกินข้าวอ่ะ)

โปรตีน : ถั่ว เนื้อสัตว์ นม

ไขมัน : ไขมันสัตว์ น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว

วิตามิน และแร่ธาตุ : ผลไม้สดๆ ผักสดๆ

ความหวาน : น้ำผึ้ง ผลไม้สดๆ

เค็ม : เกลือทะเล

เปรี้ยว : มะนาว มะขาม

ขนม : กล้วยนึ่ง ฟักทองนึ่ง ถั่วเขียวต้ม ถั่วแดงต้ม ถั่วลิสงต้ม ถั่วแระ ลูกเดือยต้ม ข้าวโพดต้ม


โดนัท

ไม่กินอะไร —> ไม่กินอาหารแปรรูป

คืออะไรที่มันดูน่ากิน เห็นบ่อย คนส่วนใหญ่กินกัน เช่น

คาร์บ : ข้าวขาว แป้ง ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว

โปรตีน : ไส้กรอก หมูยอ แหนม แฮม นมพร่องมันเนย นมแต่งกลิ่น

ไขมัน : น้ำมันพืชเติมไฮโดรเจน(เกือบทุกชนิดต้องเติมไฮโดรเจนเพื่อกันหืน) ยกเว้น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว

วิตามิน แร่ธาตุ : น้ำผลไม้ นมเปรี้ยว ผลไม้แปรรูป แช่อิ่ม ผลไม้แห้ง ผักดอง

น้ำตาล : น้ำตาลทรายทุกชนิด นมข้นหวาน นมข้นจืด

เกลือ : เกลือสินเธาว์ น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำจิ้ม ผงปรุงรส

เปรี้ยว : พริกน้ำส้ม จิ๊กโช่ว

ขนม : ขนมกรุบกรอบ เบเกอรี่ บิสกิต แคร็กเกอร์ ช็อคโกแลต (เยอะอ่ะ…)


ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเลือกได้คุณจะเลือกอันไหน

เลือกอันนี้ ไม่เลือกอันนี้
กล้วยน้ำว้าสด กล้วยอบน้ำผึ้ง
กล้วยอบน้ำผึ้ง กล้วยเชื่อม
กล้วยเชื่อม กล้วยกวน
กล้วยกวน เค้กกล้วยหอม
เค้กกล้วยหอม โตเกียวบานาน่า

 

ใครจะไปทำได้ 100 %

แน่นอนว่าถ้าทำได้ เราควรเลือกอาหาร real real ที่ผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ ถ้าทำได้นะ กินเข้าไปเถอะค่ะ กินให้อิ่ม แต่ต้อง real จริงๆนะ

แต่ถ้าเรา real ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ (แน่นอนล่ะ…ใครจะไปทำได้) เราก็ต้องลดปริมาณ แล้วตระหนักไว้ในใจว่า มันไม่ real   ยั้งๆมันหน่อย

ไม่ใช่ว่าบอกให้ กินให้อิ่ม ก็เลยซัดทุกอย่างไปเต็มๆ  แบบนั้นไม่ได้นะ

ที่บอกว่า กินให้อิ่ม คือมันตัอง real จริงๆ ปลูกผัก ก็กินผัก ไม่ใช่ ปลูกผักแต่กินผักดอง   จับปลา ก็กินปลา ไม่ใช่จับปลาแต่กินลูกชิ้นปลา


ถ้ายังไม่เก็ท ขออีกตัวอย่างค่ะ

“ขนมปัง 2 แผ่น 120 แคลอรี่ กับ ข้าวโพดต้ม 2 ฝัก 160 แคลอรี่ ถามว่าจะเลือกอย่างไหน”

เลือกข้าวโพดค่ะ แม้ว่าแคลอรี่จะเยอะกว่า แต่ข้าวโพดมีสารอาหาร มีไฟเบอร์ และเป็นอาหารจากธรรมชาติ 100% ที่สำคัญคือ มันอิ่มกว่า

ต่อให้กินข้าวโพด 3 ฝักเลย ให้แคลอรี่ 240  ก็ยังดีกว่าแน่นอนค่ะ เพราะมันอิ่มกว่า อิ่มนานกว่า ได้ประโยชน์กว่า


เหตุผลคือ อาหาร real real มันให้พลังงานที่คนเราใช้ได้จริง มันเป็นพลังงานดี

แต่อาหารแปรรูป มันให้พลังงานปลอมๆ หลอกๆ และสะสมอยู่ในไขมันได้ง่าย


freeebook

อยากกิน กับข้าวถุง

เพิ่มคุณค่าให้ กับข้าวถุง 

ในชีวิตประจำวันเรามีหรือจะคลีนได้ตลอด ไก่ต้ม ข้าวกล้อง บล็อคโคลี่ ทุกมื้อ ทุกวัน เบื่อตายเลย

แล้วจะทำยังไง ถ้ายังอยากกินกับข้าวถุง แกงถุงทั่วไป แอดมินมีไอเดียค่ะ

ขั้นแรก : หุงข้าวกล้องทีละเยอะๆ แบ่งเป็นมื้อๆ แช่ช่องแข็งไว้

ขั้นสอง : ซื้อของที่อยากกินมาสิคะ กับข้าวเป็นถุงๆ แกงถุงๆ  1 ถุงพอนะ

ขั้นสาม : ซื้อผักเยอะๆ ผักอะไรก็ได้ ให้เยอะๆเข้าไว้  ซื้อเนื้อสัตว์ ไข่ เต้าหู้ อะไรที่เป็นโปรตีนน่ะค่ะ

ขั้นสี่ : เอากับข้าวถุง มาผสมกับผัก และโปรตีน  อุ่นให้เข้ากัน

ข้อระวัง : อย่าปรุง! ไม่ต้องเติมแต่งใดๆอีก เพราะกับข้าวส่วนใหญ่รสจัดอยู่แล้ว


ทำไมต้องหุงข้าวเตรียมไว้

ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้ เราก็จะขี้เกียจหุง ขี้เกียจรอ  สุดท้าย ไปซื้ออาหารสำเร็จรูปข้างนอกดีกว่า

ทำไมซื้อแค่ 1 ถุง

กับข้าว 1 ถุง ปกติกินได้มื้อเดียวใช่มั้ยคะ  แต่วิธีนี้สามารถกินได้ถึง 2-3 มื้อเลยค่ะ

ทำไมต้องเพิ่มผัก เพิ่มโปรตีน

เพราะกับข้าวถุงมักมีรสจัด น้ำมันเยอะ น้ำแกงเยอะ คือเยอะทุกอย่างอยู่แล้ว ยกเว้นผัก และโปรตีน

การเพิ่มผัก เพิ่มโปรตีน ก็เพื่อเจือจาง เพื่อเพิ่มปริมาณ เพิ่มคุณค่า และที่สำคัญคือ ผักช่วยดูดซับน้ำมัน โปรตีนช่วยเพิ่มความอิ่ม

แบบนี้ก็จืดแย่สิ

แล้วยังอยากดูแลสุขภาพอยู่มั้ยล่ะคะ  อดทนนิดนึงนะ เดี๋ยวก็ชิน  แล้วมันก็แค่เข้มข้นน้อยลง ไม่ได้จืดชืดจนไม่มีรสชาติอะไรเลย  

ที่เรากินแล้วติดปาก อร่อยติดรสน่ะ เราอาจคาดไม่ถึงเลย ว่าเครื่องปรุงที่เขาใส่ มันเยอะแค่ไหน

วิธีแก้คือ บีบมะนาว เป็นการเพิ่มรสชาติที่อร่อย และได้สุขภาพที่สุด


ตัวอย่าง

ฉู่ฉี่ปลาดุก + ใบคื่นช่าย
ฉู่ฉี่ปลาดุก + ใบคื่นช่าย

ฉู่ฉี่ปลาดุก น้ำมันเยอะมากๆค่ะ แต่ก็อยากกินอ่ะทำไงดี ก็เอาผักคื่นช่ายกำใหญ่ๆค่ะ ผัดลงไปแค่นี้เอง จากปกติ 1 ถุง  ที่กินได้แค่ 1 มื้อ สามารถแบ่งกินได้ถึง 2 มื้อ


กินคลีนน่ะดีค่ะ แต่ทำได้บ่อยๆมั้ย เบื่อมั้ย  วิธีนี้ไม่คลีน แต่มันทำได้บ่อยๆ

ดีกว่ากินคลีนทุกวัน จนวันนึงเบื่อ ตะบะแตก แล้วสุดโด่ง คิดว่าไหนๆก็ไม่คลีนแล้ว ก็ขอสกปรกสุดๆไปเลยอะไรแบบนี้ก็เกินไป

สรุปหลักการ : เพิ่มผัก เพิ่มโปรตีน กินพอประมาณ


freeebook

น้ำหนักไม่ลดซักที

ลดน้ำหนัก-4

ออกกำลังกายก็แล้ว แต่ทำไม น้ำหนักไม่ลดซักที

ทำไม น้ำหนักไม่ลดซักที ทั้งๆที่ก็ออกกำลังกายแล้ว เรามาดูความน่าจะเป็นกันค่ะ


1.  ออกกำลังกายไม่มากพอ

คำว่า “มากพอ ของแต่ละคนก็ไม่ไม่เหมือนกันนะ

บางคนไม่เคยออกกำลังกายเลย  บางคนเดิน บางคนวิ่งประจำ

“มากพอ” ก็คือ มันต้องรู้สึกยากขึ้นกว่าเดิม ท้าทายขึ้น มากกว่าที่เคยทำประจำ

ถ้าเคยวิ่งประจำสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 30 นาที แล้วมันรู้สึกว่าสบายๆ ไม่เห็นเหนื่อย นั่นแหล่ะคือมันน้อยไปสำหรับคุณ ณ ขณะนั้นแล้ว

วิธีแก้ : วิ่งให้เร็วขึ้น นานขึ้น หรือ เพิ่มจำนวนวัน เพิ่มความท้าทาย เช่น วิ่งขึ้นเนิน


2.  ออกกำลังกายมากเกินไป

อ้าว…มากไปก็ไม่ดีงั้นเหรอ   แน่นอนล่ะค่ะ คุณจะฟิตอะไรกันหนักๆได้บ่อย นานๆ  ทำแค่ไม่กี่วัน คุณก็ขอพักยาวแล้ว  เพราะคุณจะไม่สบาย และเข็ดกับการออกกำลังกาย

เคล็ดลับคือ ความสม่ำเสมอ สำคัญกว่า ความเยอะ

วิธีแก้ : เริ่มทีละน้อยๆ กำหนดวันให้สม่ำเสมอ เช่น ฉันจะออกกำลังกายทุกวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ ครั้งละ 30 นาที  นอกนั้นก็จะถือว่าเป็นวันพักผ่อน


3.  ยังไม่ยอมเปลี่ยนการกิน

การออกกำลังกายมันทำได้แค่วันละนิดนะ  แต่การกินมันทำได้ทุกวัน ทุกมื้อ

ต่อให้ออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ไม่ยอมเปลี่ยนการกินเลย ก็ยากที่จะเห็นผล

ถ้ายังกินเท่าเดิม  ตัวก็ยังต้องเท่าเดิม ถึงจะออกกำลังกายมาก แต่ไม่ชิน เราก็จะกินเยอะขึ้นโดยไม่รู้ตัว

วิธีแก้ : ค่อยๆเปลี่ยนการกินทีละนิด  เน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้มาก


4.  คาร์ดิโออย่างเดียว ไม่เวท

คาร์ดิโอน่ะดีแล้วค่ะ แต่เวทมันช่วยรักษากล้ามเนื้อ ทำให้ไม่กลับมาอ้วนอีกง่ายๆ และทำให้มีแรงคาร์ดิโอมากขึ้นด้วย

วิธีแก้ : ฝึกกล้ามเนื้อ ก่อนคาร์ดิโอทุกครั้ง


5.  นึกว่าออกกำลังกายแล้วกินเยอะได้

คุณเป็นแบบไหน

1)กินเก่งแต่พยายามออกกำลังกายเพื่อชดเชย  หรือ 2)ออกกำลังกายเพื่อให้กินได้อย่างสบายใจ

เฉลย แบบแรกดีกว่าค่ะ

วิธีแก้ : เลิกคิดว่า ออกกำลังกายแล้วกินเยอะได้ แม้จะออกกำลังกาย ก็ยังต้องจำกัดอาหารอยู่ดี


6.  ใจร้อนเกินไป

เคยนึกมั้ยคะว่ากว่าเราจะอ้วนได้ ต้องใช้เวลานานแค่ไหน มันนานกว่าที่คิดค่ะ อาจจะเป็นปี หรือหลายปี

แต่เชื่อมั้ยคะ การลดน้ำหนัก มันทำได้เร็วกว่าตอนเราอ้วนขึ้นอีกนะ แต่ต้องไม่เร็วเกินไป

วิธีแก้ : คิดถึงการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืน ถาวร เปลี่ยนพฤติกรรมไปตลอด สร้างนิสัยดีๆใหม่ๆ เดี๋ยวน้ำหนักมันก็ลดไปเอง


7.  นอนไม่พอ

ถ้าช่วงไหนทำงานหนักมากๆ (มากจริงๆนะ ไม่อ้างนะ) แทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย

แนะนำว่าให้เลือกดูแลสุขภาพ เปลี่ยนอาหาร  จัดการเรื่องกินให้ได้ก่อนดีกว่า

ออกกำลังกาย ยังไม่ต้องก็ได้ ร่างกายอ่อนเพลีย ออกกำลังกายไปก็ไม่เวิร์คหรอกค่ะ

วิธีแก้ : นอนให้มากขึ้น ตื่นแบบไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก สมองจะแล่นเอง


8.  พักมากเกินไป

อีกแล้ว…พักมากไปก็ไม่ดีงั้นเหรอ  ใช่ค่ะ เพราะมันคือความขี้เกียจ

ติดโซฟา ติดทีวี ติดมือถือ มาออกกำลังกายแต่กลับนั่งเล่นซะเป็นส่วนใหญ่ แบบนี้ไม่เรียกว่า พยายามเลยนะคะ

วิธีแก้ : หาโอกาสใช้พลังงาน ขยับก้น ลุกขึ้นบ้าง เดินแทนนั่งรถ ยืนแทนนั่ง ขยันมากขึ้น


สมดุล พอเหมาะ ไม่มากไป ไม่น้อยไป ใจเย็นๆ อย่าหมกมุ่นกับน้ำหนักตัวให้มากนัก ถ้ามีคนทักเดี๋ยวก็รู้เองล่ะค่ะ


คิดถึงแต่เรื่องสุขภาพเข้าไว้ค่ะ รูปร่างและน้ำหนักที่เหมาะสม จะตามมาเอง


freeebook

คนไม่อ้วน เขากินยังไง

ลดน้ำหนัก-3

คนไม่อ้วน เขากินยังไง

ผลลัพธ์ของการดูแลสุขภาพ คือรูปร่างและน้ำหนักที่พอดี และสมดุล วันนี้เราลองดู คนไม่อ้วน กันว่าพวกเขามีพฤติกรรมอะไรน่าทำตามบ้าง


1. คนไม่อ้วน มักจะกินมื้อเช้า

มื้อเช้าในความหมายก็คือ มื้อแรกของวันนะคะ ดังนั้นใครทำงานกลางคืน ตื่นปุ๊บ มื้อนั้นก็คือมื้อเช้านั่นเอง

อาหารมื้อแรกหลังตื่นนอน ก็เหมือนเชื้อเพลิงให้เกิดการเผาผลาญ เมื่อสมองตื่น ก็เหมือนเด็กตื่น แหกปากร้อง

ถ้าไม่มีเชื้อเพลิง ไฟก็ไม่ติด การเผาผลาญก็ไม่เกิด

แต่อย่าลืมว่า ไม่ใช่จะเป็นอะไรก็ได้ ขนมปัง โจ๊ก ไม่ใช่นะ  ต้องมีทั้งแป้ง โปรตีน ให้สมดุล และผักให้เยอะๆด้วยค่ะ


2. คนไม่อ้วน มักจะกินบ่อย แต่กินน้อย

ยังไม่เคยเห็นคนที่รักสุขภาพคนไหน อดอาหารซักคนนะคะ

แต่ตรงกันข้ามค่ะ เขามักจะทานบ่อยกว่าที่คิดซะอีก คือ มื้อเช้า มื้อว่าง มื้อกลางวัน มื้อว่าง และมื้อเย็น

แต่เขาจะไม่กินเยอะนะคะ เขาจะกินพออยู่ท้อง พอให้หายหิว แล้วก็หยุด

ขอยกตัวอย่าง 2 คนที่รู้จัก ทั้งสองคนกินอาหารทั่วๆไปเหมือนคนปกติ

คนแรก มื้อเช้า,เที่ยง,เย็น กินข้าวตามปกติ (ปกติของเขาน่ะ คือครึ่งนึงของคนทั่วไปนะ)  มื้อสาย,บ่าย กินขนมจุกจิกทั่วๆไป 1-2 ชิ้น ที่ไม่ใช่อาหารขยะ บ้างก็เป็นผลไม้

คนที่สอง อยู่บ้านทั้งวันเลยทำแบบนี้ได้ คือเขาจะตั้งสำรับไว้บนโต๊ะตลอด  แต่จะกินได้แค่ทีละนิด  กินแป๊บเดียวเอง ก็บอกว่าอิ่มแล้ว เดี๋ยวมากินต่อ

พอ 2 ชม. ผ่านไป มานั่งกินอีกแล้วค่ะ เหมือนเดิมเลย กินได้นิดเดียว แล้วก็ลุก เป็นแบบนี้ทั้งวัน เขาบอกว่า “ก็กินแค่ให้หายหิว หายหิวแล้วก็หยุด หิวอีกก็กินอีก”


3.  คนไม่อ้วน มักจะไม่กินของแปรรูป

คือพวกที่ดูไม่ออกเลยว่ามันทำมาจากอะไร เช่น ขนมถุง ขนมกรุบกรอบ เบเกอรี่ ลูกชิ้น ไส้กรอก ฯลฯ

เขามักจะพูดว่า “อะไรน่ะ” “ไม่เอาหรอก ใส่อะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้”

เราบอก “ปูอัดไง แพงนะ”  เขาก็บอกว่า “ไม่เห็นเหมือนปูเลย”  เออก็จริงนะ


4. คนไม่อ้วน มักจะใส่สีสันในมื้อเสมอ

จะบอกว่าเป็นคนขี้เบื่อก็ได้นะ แต่พวกเขามักจะเปลี่ยนอาหารอยู่เรื่อยๆ ไม่ซ้ำแบบ

มะเขือเทศ แครอท มะเขือม่วง พริกหวาน หอม กระเทียม ฯลฯ อย่างละนิดละหน่อย

พวกเขามักจะพูดว่า “เมื่อวานก็กินไปแล้ว กินทุกวันก็เบื่อแย่เลยสิ”


5.  คนไม่อ้วน มักจะชอบเมนูปลา

ไม่จำเป็นต้องเป็นปลาแซลมอนแพงๆ  ปลาทู ปลาสวายบ้านเราก็ดีไม่แพ้กัน


6.  คนไม่อ้วน มักจะเตรียมของกินเล่น

ในเมื่อคนไม่อ้วนมักจะกินบ่อย แต่กินได้ไม่เยอะ  ดังนั้น เขาจะเตรียมของกินเล่นชิ้นเล็กๆ ไว้ใกล้ตัวตลอดเวลา

เปิดตู้เย็นออกมาก็จะเจอผลไม้ที่หั่นเตรียมไว้แล้ว  กล้วยวางบนโต๊ะตลอด


7.  คนไม่อ้วน มักจะดื่มน้ำบ่อย (น้ำเปล่านะจ๊ะ)

นอกจากจะกินบ่อยแล้ว ยังดื่มน้ำบ่อย และเยอะด้วย เขาจะตั้งแก้วไว้ข้างตัวตลอด แล้วจิบไปเรื่อยๆตลอดทั้งวัน

เขาบอกว่าดื่มน้ำแล้วหายเครียดดี ทำงานคิดอะไรไม่ออกก็ดื่มน้ำ ไม่รู้จะทำอะไรก็ดื่มน้ำแก้เขิน ดื่มน้ำบ่อยจนคนแซวว่า “จะโชว์แก้วว่าน่ารักน่ะสิ”

 


น่าลองทำตามดูนะคะ จะได้ไม่อ้วน หุ่นดี สุขภาพเยี่ยมกันเนอะ


คิดถึงแต่เรื่องสุขภาพเข้าไว้ค่ะ รูปร่างและน้ำหนักที่เหมาะสม จะตามมาเอง


freeebook

ประหยัดดี-สุขภาพก็ได้

15วิธี สุขภาพดีแบบประหยัด

15 เคล็ดลับ ประหยัดดี สุขภาพก็ได้

จะดูแลสุขภาพ หรือ ลดน้ำหนัก ต้องมีเงินเยอะๆจริงหรือเปล่า ไม่จริงเลยค่ะ เรามีเคล็ดลับ ไม่จำเป็นต้องรวย ไฮโซ ก็ทำได้


1.  อย่าเยอะ

อย่าคิดเมนูอะไรให้ยุ่งยาก ให้นึกถึงแต่วัตถุดิบหลักๆ ข้าว โปรตีน ผัก ถ้าซื้อของกินกันแค่นี้นะ ประหยัดชัวร์

เคยสังเกตุตะกร้าเวลาไปซื้อของมั้ย ขนม อาหารขยะ เครื่องปรุง เยอะกว่าของจำเป็นซะอีก


2.  จดก่อนซื้อ

เวลาไปซื้อของ ก็ซื้อเฉพาะตามที่จด หมดอะไร ขาดอะไร จำเป็นอะไร ก็ซื้อตามนั้น

เพราะถ้าไม่จด เราก็จะได้แต่ขนม ของกินเล่น  ส่วนของที่ต้องการกลับลืมซะนี่


3.  ทำกินเอง

คนทำกับข้าวไม่เป็นก็ทำได้ ก็แค่มีข้าว มีโปรตีน มีผัก ไม่ต้องปรุงอะไรให้มันยุ่งยาก ไม่เปลืองด้วย

อาหารตามสั่งขั้นต่ำก็ 35-40 บาทแล้ว ทำกินเองอาจไม่ถึง 20 บาทด้วยซ้ำ


4.  ทำเผื่อ

ในเมื่อทำกับข้าวเองแล้ว ก็ทำทีละเยอะๆไปเลย แบ่งกินได้ทั้งวัน หรือใส่กล่องไปกินก็ยังได้

หุงข้าวแล้วแบ่งเป็นมื้อแช่แข็งไว้ ต้มไข่ไว้ทีละหลายๆฟอง ล้างผัก หั่นผักเตรียมไว้


5.  อย่าปล่อยให้หิวจัด

ถ้าหิวสุดๆ แล้วค่อยกิน เราจะซื้อของกินแบบไร้สติ หยิบทุกอย่างเข้าปากแบบใช้อารมณ์

ของว่างรองท้องระหว่างมื้อ เช่น โยเกิร์ต กล้วย นม ผลไม้ ถั่ว น้ำเปล่า


6.  อย่าซื้ออาหารปรุงสำเร็จ

เราแทบจะนึกไม่ถึงเลยว่าเขาใส่น้ำมัน และปรุงแต่งมากแค่ไหน แถมยังแพงด้วย

ซื้อเป็นวัตถุดิบอย่าง ข้าวสาร หมู ไก่ ไข่ ผักสด ดีกว่า ถูกกว่าตั้งเยอะ


7.  อย่าติดแบรนด์

ไข่โนเนม มีขี้ไก่ติด ถาดกระดาษ แต่ไข่ไฮโซขาวนวล กล่องหรู

แต่ไข่ก็คือไข่ สารอาหารมันก็เหมือนกันแหละ


8.  เลิกซื้ออาหารขยะ

ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ น้ำหวาน น้ำอัดลม รวมๆแล้ว เผลอๆราคาจะมากกว่าครึ่งของบิลนั้นด้วยซ้ำ


9.  ตุนของลดราคา

ก็ในเมื่อเราต้องซื้อของชนิดนั้นเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้ามันลดราคา ทำไมจะไม่ซื้อล่ะคะ

แต่อย่าเผลอไปตุนขนม กับน้ำหวานๆล่ะคะ มันยิ่งลดบ่อยอยู่ด้วย


10.  เปลี่ยนชนิดโปรตีนบ้าง

หมูแพงเหรอ ก็กินไก่สิ สลับๆกัน ปลาบ้าง ถั่วบ้าง เต้าหู้บ้างก็ได้


11.  ซื้อยกแพ็ค

ซื้อมากก็ย่อมถูกกว่าซื้อปลีก เป็นที่รู้กันเนอะ  แต่ย้ำว่า ซื้อเฉพาะที่จำเป็นนะ  อย่าไปยกแพ็คขนมมาล่ะ


12.  ปลูกผักเอง

ถ้าบ้านใครมีพื้นที่ แดดส่องถึง เป็นโอกาสดีเลยค่ะ ทั้งสวย ทั้งกินได้

ต้นหอม ผักชี กินแต่ใบ ตัดรากเอาไปปลูกต่อ แป๊บเดียวก็ขึ้นแล้ว


13.  กล่องข้าวน้อย

ไม่เห็นน่าอายตรงไหน  น่าชื่นชมด้วยซ้ำ ถ้าปกติทำกับข้าวตอนเย็น ก็ทำเผื่อตอนเช้า กับกลางวันไปด้วย  ตักใส่กล่อง ไปกินที่ทำงาน (ถ้ามีไมโครเวฟที่ทำงานนะ)


14.  อย่าดูถูกอาหารถูกๆ

อาหารสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องแพง  อาหารแพง ไม่ใช่จะดีสมราคา อาหารถูก ก็ไม่จำเป็นต้องไร้คุณภาพเสมอไป

ผักไฮโดรโปนิก กิโลกรัมละ 150 บาท ผักบุ้ง กิโลกรัมละ 30 บาท

ปลาแซลมอนชิ้นละ 150 บาท ปลาทูตัวละ 30 บาท


15. เพิ่มคุณภาพ แต่ไม่เพิ่มราคา

ถั่วเขียว ข้าวสาร ถ้าแช่นานๆ มันก็งอกได้นะ ได้ประโยชน์มากขึ้นด้วย

หรือการหุงข้าวให้นิ่มๆ ใส่น้ำเยอะๆ ก็ทำให้ดูเยอะขึ้น ย่อยง่ายขึ้น อิ่มง่ายขึ้นได้


การดูแลสุขภาพ หรือ การลดน้ำหนัก  ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินเยอะๆก่อนถึงจะทำได้นะคะ

เริ่มได้ทันที วันนี้ เดี๋ยวนี้


คิดถึงแต่เรื่องสุขภาพเข้าไว้ค่ะ รูปร่างและน้ำหนักที่เหมาะสม จะตามมาเอง


freeebook

ออกกำลังกายเพื่อ

ลดน้ำหนัก-2

ถ้าฉันไม่ใช่คนห่วงสวยแล้วจะ ออกกำลังกายเพื่อ …???

ฉันก็ผอมอยู่แล้ว รูปร่างก็โอเค ไม่ได้อยากลดน้ำหนัก แล้วฉันจะ ออกกำลังกายไปเพื่อ อะไร

หลายคนนึกว่าคนที่ออกกำลังกาย ก็เพราะอยากลดน้ำหนัก อยากหุ่นดี แต่จริงๆแล้ว ไม่ว่าใคร ก็ควรออกกำลังกายทั้งนั้น เพราะอะไร ก็เพื่อสุขภาพที่ดีไงล่ะ หรือคุณไม่อยากมีสุขภาพดี?


1.  ออกกำลังกายเพื่อ สุขภาพจิตที่ดี

จิตใจที่อ่อนแอ ก็คืออารมณ์ที่อ่อนแอ เครียดง่าย ขี้กังวล เหงา เศร้า ซึม เบื่อ อยากอาหาร อกหัก ฯลฯ  พวกนี้ล้วนทำให้ร่างกายอ่อนแอตามไปด้วย

การออกกำลังกาย เป็นการระบายอารมณ์ที่ดีที่สุด ไปหาเรื่องใช้แรง ให้เหงื่อออก ให้เหนื่อย รับรองว่า สมองปลอดโปร่ง โล่ง สบาย

เพราะอะไร ก็มัวแต่เหนื่อยอยู่ไง ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องหรอก  น้ำตาลมันต้องไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ ต้องใช้พลังงาน มันเลยส่งไปให้สมองไม่ทัน ทำให้คิดน้อยลง

ก็เหมือนการทำสมาธิอย่างนึงนะ หยุดคิด หยุดเครียด หยุดกังวล ลืมเบื่อ ลืมอยาก อารมณ์ก็ดีขึ้น

ปัญหาที่ก่อนหน้านี้รู้สึกว่ามันหาทางออกไม่ได้เลย ก็อาจแก้ได้เองอย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังได้ไอเดียอะไรใหม่ๆเพื่อด้วย


2.  ออกกำลังกายเพื่อ กระดูก และกล้ามเนื้อแข็งแรง

การปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นสัญญาณที่บอกว่า นั่นแหละ มันกำลังแข็งแกร่งขึ้น

เหมือนเวลาที่เรามีปัญหาชีวิต ถ้าเราผ่านมันไปได้ เราก็จะเข้มแข็งขึ้นอีกขั้น

อย่านึกถึงพวกฟิตเปรี้ยะ ซิกแพคอย่างเดียวนะคะ  ไม่ต้องถึงขั้นนั้นเราก็มีกระดูก และกล้ามเนื้อที่แข็งแรงได้

แล้วจะแข็งแรงไปเพื่ออะไร ในเมื่อก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว

ตอนนี้ไม่มีปัญหา แต่อายุมากขึ้นก็จะรู้เอง ทำไมบางคนอายุเยอะ ถึงหลังตรง กระฉับกระเฉง ในขณะที่บางคน หลังงอ ปวดเข่า ปวดหลัง ลุกก็โอย นั่งก็โอย

อยากเป็นแบบไหนล่ะคะ


3.  ออกกำลังกายเพื่อ ให้หลับสนิท

การนอนที่ดีที่สุดคือการหลับอย่างสนิท ไม่ตื่นกลางดึก หรือหลับๆตื่นๆ

ทำไมเด็กๆถึงนอนได้ทั้งวัน ทำไมคนป่วยถึงต้องนอนมากๆ ทำไมต้องมียานอนหลับ

ก็เพราะการนอนเป็นการฟื้นฟูสุขภาพที่ดีที่สุด ทั้งอารมณ์ และร่างกายด้วย

คนออกกำลังกายเหนื่อยๆ กลับมาหลับสบายแน่ ดูพวกเด็กๆสิ เล่นซะเหนื่อย เวลาหลับ เขย่าเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น


4.  ออกกำลังกายเพื่อ ต้านโรค

บางคนอยู่บ้านเดียวกัน กินเหมือนกันทุกอย่าง แต่คนนึงเป็นหวัดง่าย อีกคนนึงไม่ค่อยเป็น ก็เพราะระบบภูมิคุ้มกันไม่เท่ากัน

คนที่ไม่เป็นหวัดง่าย ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้รับเชื้อนะ แต่เพราะภูมิคุ้มกันของเขาสู้เชื้อได้ ถึงเป็นก็หายเร็ว

การออกกำลังกายนี่แหล่ะ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง สู้ได้ทั้งเชื้อโรค และพวกโรคที่ไม่ได้มาจากเชื้อโรคด้วย เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไขมันสูง โรคเบาหวาน


5.  ออกกำลังกายเพื่อ ประหยัดเงิน

ในเมื่อไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ต้องแก้เบื่อด้วยการใช้เงิน ไม่ต้องเสียค่ายา ไม่เสียค่าเที่ยวไร่สาระ ไม่เสียค่าอบายมุข ฯลฯ แบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าประหยัดได้อย่างไร

ออกกำลังกายก็ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ เสื้อผ้าอะไรหรูหรา ไม่ต้องซื้อคอร์ส จ้างเทรนเนอร์  มีพื้นที่แค่เหวี่ยงแขน เหวี่ยงขา ก็ใช้ได้แล้วค่ะ

 


 

เคล็ดลับที่ทำให้ออกกำลังกายได้ตลอดไปก็คือ คิดถึงสุขภาพเป็นหลักค่ะ อย่าไปคิดเรื่องน้ำหนัก ไม่ต้องไปสนใจมัน เชื่อเถอะค่ะ


คิดถึงแต่เรื่องสุขภาพเข้าไว้ค่ะ รูปร่างและน้ำหนักที่เหมาะสม จะตามมาเอง


freeebook

ไม่ต้องนับแคลอรี่

ลดน้ำหนัก-1

ไม่ต้องนับแคลอรี่

ไอ้การนับแคลอรี่มันก็ดีนะ แต่เชื่อมั้ยว่าในชีวิตประจำวัน ระยะยาว มีใครมานั่งนับแคลอรี่กันตลอดเวลา ตลอดชีวิตมั้ย แล้วจะทำยังไง ให้ชีวิตมันง่ายขึ้น แต่ยังรักษาสุขภาพ และรูปร่างได้


1. อาหารมื้อเช้าต้องหนักโปรตีน

เอาเบื้องต้น เบๆ บ้านๆ เลยค่ะ ยังไม่ต้องถึงกับ คลี๊นคลีน ก็ได้ โปรตีนบ้านๆ เห็นๆทุกวันนี่แหละ หมู เห็ด เป็ด ไก่ เต้าหู้ นม ปลา ฯลฯ

แต่ปัญหาก็คือ โปรตีนมันแพงใช่มั้ยคะ แม่ค้าชอบตักให้นิดเดียว อันนี้ก็ต้องแก้กันไปตามสถานการณ์นะ วันหลังค่อยมาแชร์


2. กินกับ มากกว่า กินข้าว

อย่างนี้ก็เปลืองแย่สิ อืม…ใช่ โดนแม่ค้าด่าแน่ 555+

ก็กินกับมันหนักท้อง มันอิ่มนานกว่า ไม่เชื่อลองดู


3. ทุกมื้อต้องมีผักเยอะๆ

ข้อ 1. กับ ข้อ 2. ต้องทำคู่กับข้อ 3. นะคะ

ผักเป็นกุญแจสำคัญเลย ที่ทำให้เรา “อิ่ม”

นึกถึงตอนไปกินบุฟเฟ่สลัด กับ บุฟเฟ่อย่างอื่น บ่นทุกครั้ง เฮ้ย…ทำไมมากินบุฟเฟ่ต์สลัดทีไร กินได้ไม่ถึงชั่วโมงซักที ทีตอนไปกินบุฟเฟ่อย่างอื่น ชั่วโมงครึ่งยังไหวเลย

ที่สำคัญคือ ไอ้เจ้าไฟเบอร์จากผักเนี่ยะ มันเป็นตัวดักไขมันขั้นเทพด้วย

ดังนั้น ต่อไปนี่ จะกินอะไร ก้มดูจานตัวเองก่อนนะ ว่ามีผักหรือยัง


4. ของกินเล่นดีๆ ระหว่างมื้อ

เช่น โยเกิร์ต ผลไม้ ต้มถั่วแดง ถั่วเขียว เต้าทึง เมนูกล้วย

ช่วยบอกเพิ่มกันหน่อยได้มั้ยเอ่ย…

เอาไว้กินตอนหิวๆ หรืออีกนานกว่าจะถึงมื้อเที่ยง มื้อเย็น


5. ใช้น้ำมันมะพร้าว

อันนี้อาจมีคนไม่เห็นด้วยก็ขอน้อมรับความเห็นต่างค่ะ

แต่ที่แอดมินชอบก็เพราะว่า มันใช้ได้ทั้งทอด ผัด ไฟแรง ไฟอ่อน

และเพิ่งจะรู้ว่า หนังหมู มันหมู น้ำมันสัตว์ น่ะดีกว่าน้ำมันพืช พวกน้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง ซะอีก

เพราะน้ำมันพวกนั้นมันเป็นน้ำมันแปรรูปทั้งนั้น  แต่น้ำมันมะพร้าวไม่ได้มีการแต่งเติม


6. นอนให้เยอะๆ

บางคนอาจสงสัยว่า ยิ่งนอน ไม่ใช่ยิ่งอ้วน ขี้เกียจเหรอ

รู้มั้ยคะว่า การนอนเนี่ยะ เป็นวิธีรักษาโรคขั้นพื้นฐานเลย

นึกถึงตอนเด็กๆอ่ะค่ะ ไม่สบาย แม่บอก “ไปนอนลูก”

การนอนเป็นการฟื้นฟูร่างกายที่ดีที่สุด
การนอนที่ดีคือ นอนต่อเนื่อง 8-9 ชม.
แต่ที่เคยรู้สึกว่ายิ่งนอนยิ่งอ้วน ก็เพราะว่าคนเหล่านั้น กินเยอะแต่ใช้พลังงานน้อยต่างหาก

คิดถึงแต่เรื่องสุขภาพเข้าไว้ เดี๋ยวรูปร่าง และน้ำหนักที่เหมาะสม จะตามมาเอง

freeebook