พาร์สเลม

พาร์สเลม Parslem
พาร์สเลม Parslem ผงใบพาร์สเลย์ ผสม โพแทสเซียม และ แม็กนีเซียม ตรา เฮอร์บาไลฟ์

 

พาร์สเลม (Parslem)

ผงใบพาร์สเลย์ ผสม โพแทสเซียม และ แม็กนีเซียม

เซลลูไลท์ คือ ชั้นไขมัน และสารพิษที่รวมตัวกันอยู่ใต้ชั้นผิวหนังด้านนอก ทำให้เกิดรอยบุ๋ม ขรุขระ เป็นคลื่น มักเกิดบริเวณต้นขา สะโพก ก้น หน้าท้อง สามารถเกิดได้แม้น้ำหนักตัวน้อย เกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เป็นไขมันที่ลดยาก


ใบพาร์สเลย์  ช่วยอะไร


 

วิธีรับประทาน

  • ทานครั้งละ 2 เม็ด ก่อนอาหาร เช้าและเย็น

ปริมาณ 120 เม็ด


หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ Herbalife เป็นอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการรักษาโรคใดๆ ผู้ใช้ควรรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการใช้ผลิตภัณฑ์

Herbalife-เฮอร์บาไลฟ์-8
พาร์สเลม ผงใบพาร์สเลย์ผสมโพแทสเซียมและแมกนีเซียม

พาร์สเลม

เยลโล่

เยลโล Yellow ใบหม่อนสกัด
เยลโล่ Yellow ใบหม่อนสกัด เฮอร์บาไลฟ์ *สูตรใหม่

เยลโล่ Yellow เฮอร์บาไลฟ์ *สูตรใหม่

สารสกัดจากใบหม่อน ผสมเกลือแร่โครเมียม Mulberry leaf extract

ในแต่ละวัน เราได้ทานอาหารพวกแป้ง และน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ทั้งจาก ข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว น้ำอัดลม กาแฟหวานๆ ขนมต่างๆ ช็อกโกแลต เค้ก น้ำผลไม้ต่างๆ ทำให้น้ำตาล และไขมันสะสมได้ง่าย

ผลก็คือเราได้รับแคลอรี่เข้าสู่ร่างกายจำนวนมาก ซึ่งแคลอรี่ส่วนเกิน จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะหน้าท้อง และปัญหาไขมันตามมา


ประโยชน์ของใบหม่อน


วิธีรับประทาน

  • ทานครั้งละ 2 เม็ด เช้า และเย็น พร้อมอาหาร
  • ปริมาณ 120 เม็ด  1 กระปุก ทานได้ 1 เดือน

เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน 

ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

ไฟเบอร์บอนด์

ไฟเบอร์บอนด์ Fiberbond เฮอร์บาไลฟ์
ไฟเบอร์บอนด์ Fiberbond เฮอร์บาไลฟ์

ไฟเบอร์บอนด์ Fiber Bond

  • ในปัจจุบัน คนเราคนมีชีวิตเร่งรีบ นิยมทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น เลี้ยงสังสรรค์บ่อย ซึ่งอาหารเหล่านั้น  มักมีไขมันสูง
  • ถ้าเราใช้วิถีชีวิตแบบนั้นเป็นเวลานานๆ จะทำให้น้ำหนักตัวค่อยๆมากขึ้น และมีผลเสียต่อสุขภาพได้

 

ไฟเบอร์บอนด์

  • เป็นไฟเบอร์ที่มีทั้งชนิดละลายน้ำได้ และชนิดไม่ละลายน้ำ
  • แต่จะเน้นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ให้มากขึ้น
  • ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ จะช่วยชลอการดูดซึมน้ำตาล ไขมัน จากอาหาร
  • ช่วยเกี่ยวกับระบบลำไส้ ให้อาหารที่ย่อยแล้ว เคลื่อนตัวได้อย่างราบรื่น อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายง่าย

 

วิธีรับประทาน

  • ทานครั้งละ 3 เม็ด 3 มื้อ พร้อมอาหาร และดื่มน้ำตามมากๆ
  • ปริมาณ 180 เม็ด

ราคา : สอบถาม line : ezygodiet

contact-1


หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ Herbalife เป็นอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการรักษาโรคใดๆ ผู้ใช้ควรรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการใช้ผลิตภัณฑ์

Herbalife-เฮอร์บาไลฟ์-9
ไฟเบอร์บอนด์

ไฟเบอร์บอนด์

ชาเขียว

ชาเขียว เฮอร์บาไลฟ์
ชาเขียว เฮอร์บาไลฟ์ มีขนาด 100 กรัม และ 50 กรัม

เครื่องดื่ม ชาเขียว สกัดชนิดผง เฮอร์บาไลฟ์

Instant Beverage Green Tea Extract

วิถีชีวิตคนเมืองทำงานนั่งโต๊ะ นั่งติดเก้าอี้ ในแต่ละวันเราใช้พลังงานน้อยลง แต่รับของใหม่เข้ามาเยอะ

เลิกงานก็ดึก กลับถึงบ้านก็ช้า  ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทำให้เกิดปัญหาไขมันส่วนเกิน  พอกตามส่วนต่างๆของร่างกาย ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพก ได้ง่าย


 

วิธีใช้

  • ผสมผงชา 1/2 ช้อนชา กับน้ำร้อน หรือน้ำเย็น 180 มล.
  • ดื่มได้เรื่อยๆทั้งวัน ไม่มีแคลอรี่ จึงสามารถดื่มแทนกาแฟ น้ำผลไม้ น้ำอัดลม
  • ได้คุณสมบัติครบถ้วนของชาเขียว และมีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ใบชาเขียวมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญ คุณจึงรู้สึกสดชื่น ได้พลังงานมากขึ้น
  • สามารถดื่มชาเขียวเย็นๆหลังการออกกำลังกาย ระหว่างทำงาน หรือตอนเช้าก็ได้

 

ผลิตภัณฑ์ชาเขียวสกัดชนิดผง เฮอร์บาไลฟ์

มี 2 ขนาด คือ 50 กรัม(ชงได้ 30 แก้ว) และ 100 กรัม (ชงได้ 60 แก้ว)

มี 3 รสชาติ ให้เลือก

ชาเขียว เฮอร์บาไลฟ์
ชาเขียว เฮอร์บาไลฟ์ รสดั้งเดิม
  • กลิ่นธรรมชาติ (original) 100 กรัม

 

ชาเขียว เฮอร์บาไลฟ์
ชาเขียว เฮอร์บาไลฟ์ กลิ่นพีช
  • กลิ่นพีช (Peach) ขนาด 100 กรัม

 

ชาเขียว เฮอร์บาไลฟ์
ชาเขียว เฮอร์บาไลฟ์ กลิ่นมะนาว
  • กลิ่นเลม่อน (Lemon) ขนาด 50 กรัม

 

ราคา : สอบถาม line : ezygodiet

contact-1


 

เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน 

ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

Herbalife-เฮอร์บาไลฟ์-12
เครื่องดื่มชาเขียวสกัดชนิดผง กลิ่นธรรมชาติ และ กลิ่นพีช  – เฮอร์บาไลฟ์
Herbalife-เฮอร์บาไลฟ์-11
เครื่องดื่มชาเขียวสกัดชนิดผง กลิ่นมะนาว  – เฮอร์บาไลฟ์

ชาเขียว เฮอร์บาไลฟ์

โปรตีน พีพีพี

โปรตีนพีพีพี - เฮอร์บาไลฟ์
โปรตีนพีพีพี เฮอร์บาไลฟ์ เพอร์ซันนัลไลซ์ โปรตีน พาวเดอร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองและนม

โปรตีน พีพีพี – เฮอร์บาไลฟ์

PPP (Personalized Protein Powder) เพอร์ซันนัลไลซ์ โปรตีนพาวเดอร์

ร่างกายเราต้องการโปรตีนที่เพียงพอในแต่ละวัน แต่แหล่งโปรตีนที่เราได้รับ เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วต่างๆ มักมีไขมันแฝงมาด้วยไม่มากก็น้อย

PPP จึงเป็นทางเลือกเสริม สำหรับท่านที่ต้องการโปรตีนครบถ้วนในแต่ละวัน แต่ปราศจากไขมัน

  • เป็นโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง และนม ให้กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด โปรตีน 5 กรัม ต่อ 1 ช้อน ให้แคลอรี่เพียง 20 แคลอรี่
  • ไม่มีรสชาติ จึงสามารถนำไปโรย หรือ ผสม กับอาหารต่างๆ ซุป ซอสต่างๆ นม ขนม หรือโปรตีนเชคได้
  • ใส่ได้ทั้งร้อนและเย็น

 

 โปรตีน ช่วยอะไร

  • ช่วยเสริมโปรตีน ร่วมกับการออกกำลังกาย ในคนที่ต้องการดูแลน้ำหนัก กระชับกล้ามเนื้อ
  • โปรตีน ช่วยในเรื่องระบบการเผาผลาญพลังงาน ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยให้อิ่มมากขึ้น และนานขึ้น เพราะได้รับโปรตีนมากขึ้น แต่ปราศจากไขมัน

 

วิธีรับประทาน  โปรตีน พีพีพี เฮอร์บาไลฟ์

  • สามารถโรยในอาหารต่างๆ น้ำซุป ซอสต่างๆ หรือขนมได้ ทั้งร้อนและเย็น เพื่อเสริมโปรตีนได้ ใส่ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • ถ้าผสมกับโปรตีนเชค ก็สามารถใส่ไปพร้อมกันได้เลย ปริมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เช่นกัน
  • ปริมาณ 1 กระป๋อง 240 กรัม

ราคา : สอบถาม line : ezygodiet

contact-1


 

หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ Herbalife เป็นอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการรักษาโรคใดๆ ผู้ใช้ควรรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการใช้ผลิตภัณฑ์

Herbalife-เฮอร์บาไลฟ์-6
เพอร์ซันนัลไลซ์ โปรตีน พาวเดอร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองและนม

โปรตีน พีพีพี

โปรตีนเชค

โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์ มี 4 รสขาติให้เลือก ช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่ วนิลลา ช็อคโกแลตมินต์(ออกใหม่)

นิวทริชั่นแนล โปรตีน ดริ้งค์ มิกซ์ Nutritional Protein Drink Mix (โปรตีนเชค เฮอร์บาไลฟ์)

  • ร่างกายของเรา สามารถซ่อมแซมตัวเอง และฟื้นฟูสภาพร่างกายได้เอง  ถ้าได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนมากพอ
  • แต่วิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน  เราไม่สามารถทานอาหารได้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่  ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ
  • มีคำพูดที่กล่าวว่า “ยามหนุ่มสาว เรายอมเสียสุขภาพเพื่อแลกเงิน แต่ยามชรา เราต้องเสียเงินที่หามาทั้งชีวิต  เพื่อแลกสุขภาพที่ดีกลับคืนมา”
  • จะดีกว่ามั้ย ถ้าเรามีอีกทางเลือกนึง ที่จะทำให้เรามั่นใจว่า ร่างกายจะได้สารอาหารที่ครบถ้วน ในทุกๆวัน และมีรูปร่างที่ดีขึ้นมาเป็นของแถม

โปรตีนเชค เฮอร์บาไลฟ์

  • เป็นแหล่งของโปรตีน ใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 กรดแพนโทธินิค วิตามินบี 6 ไบโอติน โฟเลต วิตามินบี 12 วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี แคลเซียม เหล็ก สังกะสี ทองแดง แมกนีเซียม
  • เครื่องดื่มปราศจากโคเลสเตอรอล
  • ส่วนประกอบสำคัญ โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง , ฟรุคโตส , ใยอาหารจากข้าวโอ๊ต , แร่ธาตุพรีมิกซ์ , วิตามินพรีมิกซ์ , ผลบลูเบอร์รี่ผง , เหง้าขิงผง , เนื้อทับทิมผง  เป็นต้น อ่านรายละเอียดสารอาหารเพิ่มเติมได้ในฉลาก
  • ปริมาณ 1 กระป๋อง 550 กรัม สามารถทานได้ 22 มื้อ
  • มี 4 รสชาติให้เลือก คือ ช็อกโกแลต , สตรอเบอรี่ , วนิลา และ ช็อกโกแลตมิ๊นต์
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์ รสวนิลลา
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์ รสสตรอเบอร์รี่
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์ รสช็อกโกแลตมินต์
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์ รสช็อกโกแลต

ราคา : สอบถาม line : ezygodiet

 


Facts

โปรตีน            จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการสร้างโปรตีน ชนิดต่าง ๆ ในร่างกาย

ใยอาหาร          เพิ่มกากในระบบทางเดินอาหาร ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย

วิตามินเอ          มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยในการมองเห็น ช่วยเสริมสร้างเยื่อบุต่าง ๆ ของร่างกาย

วิตามินบี 1        ช่วยให้ร่างกายได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

วิตามินบี 2        ช่วยให้ร่างกายได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน

วิตามินบี 3        ช่วยให้เยื่อบุทางเดินอาหารและผิวหนังอยู่ในสภาพปกติ ช่วยให้ร่างกายได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน

วิตามินบี 6        มีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์ มีส่วนช่วยสร้างสารที่จำเป็นในการทำงานของระบบประสาท

กรดโฟลิค          โฟเลตมีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง

ไบโอติน            เป็นองค์ประกอบสำคัญเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ (เมตาบอลิซึม) ของไขมันและคาร์โบไฮเดรต เป็นองค์ประกอบสำคัญเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของไขมันและคาร์โบไฮเดรต เป็นองค์ประกอบสำคัญเกี่ยวกับเมตาบอลิซึมของไขมันและคาร์โบไฮเดรต

กรดแพนโทธินิค     ช่วยในการใช้ประโยชน์ (เมตาบอลิซึม) ของไขมันและคาร์โบไฮเดรต ช่วยในการใช้ประโยชน์ของไขมันและคาร์โบไฮเดรต ช่วยในการเมตาบอลิซึมของไขมันและคาร์โบไฮเดรต

วิตามินบี 12       มีส่วนช่วยสร้างสารที่จำเป็นในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง

วิตามินซี            ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจน และเนื้อเยื่อของเอ็นกระดูกอ่อน

วิตามินดี            ช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส

วิตามินอี            มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ

แคลเซียม           เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน มีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง

เหล็ก               เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง

สังกะสี               ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย

ทองแดง              มีส่วนช่วยในการสร้างฮีโมโกลบิน

แมกนีเซียม          เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ


หมายเหตุ:

–  ข้อความดังกล่าว อ้างเกี่ยวกับหน้าที่ของสารอาหาร ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์

–  ผลิตภัณฑ์ เฮอร์บาไลฟ์ ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

–  ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ


contact-1

Herbalife-เฮอร์บาไลฟ์-1

โปรตีนเชค-2

โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์ ชุดรายเดือน
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์
โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์ ชุดรายเดือน
โปรตีนเชค อาหารรักษ์หัวใจ
โปรตีนเชค ได้รับสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ”
โปรตีนเชค อาหารรักษ์หัวใจ
โปรตีนเชค ได้รับสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ”
สัญลักษณ์ อาหารรักษ์หัวใจ
สัญลักษณ์ อาหารรักษ์หัวใจ คืออะไร

สัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ” คืออะไร

สัญลักษณ์ “รักษ์หัวใจ” คือ ตราสัญลักษณ์รูปหัวใจสีแดง ซึ่งออกให้โดยมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใจโครงการ “อาหารไทย หัวใจดี”

เป็นตราที่มอบให้กับผลิตภัณฑ์อาหารที่ผ่านเกณฑ์คุณค่าทางโภชนาการที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และหลอดเลือด ของมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ  ซึ่งเน้นอาหารที่มีการลดหวาน มัน เค็ม และมีใยอาหารสูง

โปรตีนเชค เฮอร์บาไลฟ์
ได้รับการรับรองการใช้สัญลักณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ”

เครื่องดื่มนิวทริชันแนล โปรตีน ดริ้งค์ มิกซ์ ตราเฮอร์บาไลฟ์ ได้รับการรับรองการใช้สัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ”

โดยผ่านเกณฑ์

  • น้ำตาลน้อยกว่า 7 กรัม ต่อ 100 กรัม
  • ไขมันน้อยกว่า 2.5 กรัมต่อ 100 กรัม
  • เกลือ(โซเดียม) น้อยกว่า 120 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม

เมื่อบริโภคในปริมาณที่ให้พลังงานเหมาะสม จะไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

โปรตีนเชค เฮอร์บาไลฟ์
ได้รับการรับรองการใช้สัญลักณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ”
โปรตีน เฮอร์บาไลฟ์ ทางเลือกสุขภาพ
โปรตีนเชค เฮอร์บาไลฟ์ ได้รับตรา “ทางเลือกสุขภาพ”
สัญลักษณ์ "ทางเลือกสุขภาพ"
สัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” คืออะไร

สัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” คืออะไร

สัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” คือ สัญลักษณ์โภชนาการที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้ออาหารเพื่อเป็นส่วนหนึ่ง่ของการมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม

ทำไมต้องมีสัญลักษณ์ ทางเลือกสุขภาพ
ทำไมต้องมีสัญลักษณ์ ทางเลือกสุขภาพ

ทำไมต้องมีสัญลักษณฑ์ โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ”

ปัจจุบันคนไทยกินอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล ไขมัน และเกลือ(โซเดียม)สูงเกินไป  และเพิ่มความเสี่ยงอันตรายของการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งมักเริ่มจากภาวะอ้วนลงพุง เสี่ยงเกิดโรคต่างๆเหล่านี้

  • โรคเบาหวาน
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ
  • โรคอ้วนลงพุง
  • โรคมะเร็ง

สาเหตุหนึ่งมาจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่สนใจอ่านข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการบนบรรจุภัณฑ์นั่นเอง

สัญลักษณฑ์ทางเลือกสุขภาพ
หน่วยงานที่ให้การรับรองการใช้สัญลักษณฑ์ทางเลือกสุขภาพ
โปรตีน เฮอร์บาไลฟ์ ทางเลือกสุขภาพ
เครื่องดื่มนิวทริชันแนล โปรตีน ดริ้ง มิกซ์ ตราเฮอร์บาไลฟ์ ผ่านเกณฑ์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ

ผลิตภัณฑ์ของเฮอร์บาไลฟ์ที่ได้รับการรับรองการใช้สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ

เครื่องดื่มนิวทริชันแนล โปรตีน ดริ้ง มิกซ์ ตราเฮอร์บาไลฟ์ ผ่านเกณฑ์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ จากมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล

โดยผ่านเกณฑ์น้้ำตาลน้อยกว่า  6 กรัม/100 มล. และน้ำตาลน้อยกว่า 18 กรัม/300 มล. สำหรับกลุ่มเครื่องดื่ม


สอบถาม / สั่งซื้อ / วิธีใช้ โปรตีน เชค เฮอร์บาไลฟ์ ได้ที่ Line ID : ezygodiet

โปรตีนกับการลดน้ำหนัก

โปรตีนกับการลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักเกี่ยวอะไรกับโปรตีน ทำไมคนที่กำลังลดน้ำหนักถึงต้องกินโปรตีนมากๆ  ต้องกินมากแค่ไหน กินไม่เกินเท่าไหร่


1. โปรตีนช่วย รักษามวลกล้ามเนื้อ

  • การลดแคลอรี่จากอาหาร  อาจทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดคาร์โบไฮเดรท  ซึ่งไม่ได้อันตรายอะไร  เพราะร่างกายจะเปลี่ยนโหมด ไปใช้ระบบสังเคราะห์น้ำตาล  จากสารที่ไม่ใช่คาร์โบไฮเดรท  เช่น จากไพรูเวท แลคเตท  และกลีเซอรอล  ซึ่งกระบวนการนี้เขาเรียกกันว่า Gluconeogenesis เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน
  • ไพรูเวท แลคเตท เกิดจาก การสลายไกลโคเจน (ซึ่งเจ้าไกลโคเจนมันก็คือ คาร์โบไฮเดรทที่เปลี่ยนรูป เพื่อไปซ่อนตัวอยู่ในกล้ามเนื้อของเรานั่นเอง)
  • กลีเซอรอล เกิดจาก การสลายไขมัน เพื่อเปลี่ยนเป็นน้ำตาล และพลังงาน

 

สรุปว่า การลดแคลอรี่ เพื่อลดน้ำหนัก  เป็นเรื่องที่ต้องทราบว่า  ต้องเกิดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อแน่นอน  เป็นเรื่องธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

  • การทานโปรตีนในปริมาณน้อย จะช่วยแค่ชดเชยความต้องการพลังงานที่ขาดไปเท่านั้น มันไม่เพียงพอที่จะไปสร้าง หรือซ่อมแซมเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเลย
  • จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเห็นคนลดน้ำหนัก แล้วดูเหี่ยว ดูโทรม เนื้อย้อย เพราะการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อนั่นเอง
  • ดังนั้น การทาน โปรตีนสำหรับคนกำลังลดน้ำหนัก  คือต้องทานในปริมาณที่มากกว่าคนปกติ  จึงมีความสำคัญเพื่อ รักษามวลกล้ามเนื้อ

มีการศึกษาในนักกีฬา ที่มีการฝึกกล้ามเนื้อเป็นประจำ ซึ่งนักกีฬาเหล่านี้จะทานแคลอรี่รวมวันละ 60% ของความต้องการแคลอรี่ทั้งหมด โดยแบ่งนักกีฬาเหล่านี้เป็น2กลุ่ม กลุ่มหนึ่งทานโปรตีนแค่ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว1กิโลกรัม(คิดเป็น15%ของอาหารทั้งหมด) และอีกกลุ่มหนึ่งทานโปรตีน 2.3 กรัมต่อน้ำหนักตัว1กิโลกรัม (คิดเป็น35%ของอาหารทั้งหมด) สรุปพบว่า 3 สัปดาห์ผ่านไป นักกีฬาทั้ง2กลุ่ม สามารถลดน้ำหนักไขมันได้พอๆกัน แต่กลุ่มที่ทานโปรตีนน้อย น้ำหนักกล้ามเนื้อหายไป 1.4 กิโลกรัม แต่กลุ่มที่ทานโปรตีนสูงไม่พบการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อเลย (อ้างอิง)

ตัวอย่างเวปไซต์ของโค้ช Charles Poliquin ซึ่งได้นำเสนองานวิจัย ที่เปรียบเทียบความแตกต่าง ระหว่างการทานโปรตีนสูง กับโปรตีนต่ำเพื่อการลดน้ำหนัก ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษา 1 ปี ก็ไม่ต่างจากการศึกษาด้านบน คือการทานโปรตีนสูง ในขณะการลดน้ำหนัก ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ได้ และน้ำหนักที่ลดได้นั้น เป็นน้ำหนักของไขมันเกือบทั้งหมด (อ้างอิง)


 

2.  โปรตีน ช่วยรักษาระบบเผาผลาญ

(อ้างอิง)
  • กล้ามเนื้อ หนัก 4.5 กิโลกรัม สามารถเผาผลาญแคลอรี่ขณะพักได้ถึง 50 แคลอรี่
  • ไขมัน หนัก 4.5 กิโลกรัม สามารถเผาผลาญแคลอรี่ขณะพักได้แค่ 20 แคลอรี่
  • ดังนั้น หากมีมวลกล้ามเนื้อมาก ทำให้มีระบบเผาผลาญดีกว่า มีมวลไขมันมาก

 

3.  โปรตีน ช่วยลดความหิว

  • โปรตีนใช้เวลา และพลังงาน ในการย่อย และการดูดซึมนาน (อ้างอิง)
  • กระบวนการย่อย และการดูดซึมโปรตีน ต้องใช้เวลา และพลังงาน มากกว่าคาร์โบไฮเดรท เพราะโครงสร้างโปรตีนมีความซับซ้อน และมีอนุภาคที่ใหญ่ ทำให้อิ่มนานกว่าคาร์โบไฮเดรท
  • และในเมื่อโปรตีน และคาร์โบไฮเดรท ให้พลังงานเท่ากัน คือ 4 แคลอรี่ต่อกรัม แต่โปรตีนทำให้อิ่ม และอยู่ท้องได้นานกว่า จึงเป็นโอกาสที่ทำให้ สามารถลดแคลอรี่ได้ โดยไม่ต้องทนหิว

4.  ใครๆก็ชอบกินอาหารประเภทโปรตีนมากที่สุด

(อ้างอิง)

  • ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้แคลอรี่เท่ากับน้ำส้ม 1 แ้ก้ว แต่การทานไข่ไก่ทำให้รู้สึกอิ่ม และหนักท้องมากกว่าน้ำส้ม
  • ในเมื่ออาหารประเภทโปรตีน ทานแล้วรู้สึกดีกว่าอาหารประเภทอื่น ก็จะทำให้ทานอาหารอื่นๆได้น้อยลง
  • มีการศึกษาจากอ้างอิงดังกล่าวว่า อาหารประเภทโปรตีน ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกอยากอาหารน้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายถึงทุกคน
  • คิดง่ายๆว่า ถ้ามีสเต็กวางอยู่ตรงหน้า หลายคนก็คงอยากกินมากกว่าขนมปังแผ่นจริงมั้ย

 

5.  ควรกินโปรตีนเท่าไหร่ สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก

  • 1.8 – 2.2 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

(อ้างอิง) โดยปรับจากต้นฉบับหน่วยเป็นต่อปอนด์ แปลงหน่วยให้เป็นต่อกิโลกรัม เพื่อให้จำง่าย


 

6.  ควรกินโปรตีนไม่เกินเท่าไหร่

  • การได้รับโปรตีนที่มากกว่าค่าสูงสุดคือ 3.3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยได้

 

อย่างที่อธิบายดังข้างต้นว่า เมื่อร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรท ก็จะใช้กระบวนการเผาผลาญที่เรียกว่า Gluconeogenesis แต่เมื่อโปรตีนเหลือมากเกินพอ ก็ทำให้เกิด Gluconeogenesis ขึ้นเหมือนกัน ซึ่งสรุปก็คือ การใช้พลังงานที่มาก จึงอาจทำให้รู้สึกเหนื่อย

 

  • แต่ถ้าคุณไม่ได้กินมากเกิน 3.3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม  ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล หรือโทษว่าเหนื่อยเพราะทานโปรตีนมากเกินไป
  • อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม การได้รับในปริมาณที่มากเกินขีดจำกัด ก็ย่อมเกิดผลเสีย
  • แต่คนส่วนใหญ่ซึ่งยากมากที่จะได้รับโปรตีนที่เพียงพอ จากอาหารปกติ ในวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ในขณะที่ยังต้องควบคุมแคลอรี่ไปด้วย

(อ้างอิง)


—————————————————————

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มโปรตีน และสารอาหารอื่นๆที่จำเป็นอีกมากมาย  สำหรับชีวิตที่เร่งรีบ

 

เผาผลาญแบบ คนไม่มีเวลา

 เผาผลาญแบบ คนไม่มีเวลา

11 ไอเดีย เผาผลาญแบบ คนไม่มีเวลา

ไม่มีเวลา แต่อยากลดน้ำหนักเหรอ  งั้นอย่าดูถูกกิจกรรมเล็กๆน้อยๆนะคะ  วันนี้แอดมินจะนำเสนอวิธีเผาผลาญแบบ คนไม่มีเวลา ที่หลายคนมองข้าม ไม่ยาก สามารถทำได้ทุกวัน และไม่เสียเวลาด้วยค่ะ

 


1. อาหารเสริมโปรตีน

ถามว่าจำเป็นมั้ย สำหรับอาหารเสริมโปรตีน ก็คงไม่ถึงขั้นเรียกว่า จำเป็นขนาดไม่กินไม่ได้ อะไรขนาดนั้นนะคะ

แต่ต้องยอมรับว่า มันคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น  รวดเร็วขึ้น  เมื่อมันง่าย เราก็สามารถทำได้บ่อย ไม่ขี้เกียจ

โปรตีน ช่วยในการกระตุ้นระบบเผาผลาญ  ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นาน  ช่วยเสริมสร้าง และรักษากล้ามเนื้อ ที่มีแต่จะหายไปเมื่ออายุมากขึ้น หรือแม้แต่การลดน้ำหนักก็ตาม


2. ดื่มน้ำก่อนทุกครั้ง

ไม่ว่าจะก่อนกินขนม กินอาหารหลัก ก่อนนอน และโดยเฉพาะหลังตื่นนอน อย่าลืมดื่มน้ำทุกครั้ง

ใน 1 วัน  ควรวัดปริมาณน้ำที่ดื่มให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 ลิตร  ถ้าให้ดีคือ 2 ลิตร (สำหรับคนที่น้ำหนัก 70 กก. ถ้าน้ำหนักน้อยกว่านั้น ก็อาจลดปริมาณได้หน่อย)


3. อย่าอายเกินเหตุ

การใช้เวลาว่างระหว่างวัน วันละเล็กละน้อย ไปกับการขยับร่างกายมากขึ้น  ลุกนั่งที่โต๊ะทำงาน ยืดเหยียดร่างกายทุกๆต้นชั่วโมง

การทำกิจกรรมที่เพิ่มการเผาผลาญในชีวิตประจำวันแบบสะสม  แบบนี้เขาเรียกว่า NEAT ซึ่งอาจจะทำให้มีการเผาผลาญเพิ่มขึ้นถึง 350 แคลอรี่ต่อวันเลยก็ได้นะ

อย่าไปอายว่าใครจะมอง ถ้าเราไม่ได้ทำผิด หรือไปรบกวนใคร ในไม่ช้าก็จะมีคนหันมาทำตามเราเองค่ะ


4. ดื่มกาแฟขมๆ

กาแฟมีคาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้  แถมยังมีส่วนช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ สำหรับนักกีฬาอีกด้วย

แต่เฉพาะกาแฟเท่านั้นนะ น้ำตาลกับครีม จะเป็นตัวบั่นทอนประโยชน์ของกาแฟทั้งสิ้น  ดังนั้น ถ้าอยากได้ประโยชน์จริงๆ ก็ดื่มแต่กาแฟเพียวๆ  ไม่เติมน้ำตาล และครีมนะคะ


5. ดื่มชาเขียวขมๆ

ชาเขียว ถือว่าเป็นราชาของชา ที่มีผลในการกระตุ้นการเผาผลาญโดยตรง

แถมชาเขียว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก และทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่าคล้ายกาแฟด้วย  แต่อย่าลืมว่า ต้องเป็นชาที่ไม่เติมน้ำตาล และครีมนะคะ


6. ทานโยเกิร์ตเป็นของว่างแทนขนม

เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่เติมน้ำตาล ไม่มีรสหวาน แม้แต่รสธัญพืชก็ไม่ควร

เลือกที่จืดสนิท  ไม่จำเป็นต้องเป็น low-fat  เลือกแบบ full-fat สิดี  ซึ่งจะมีกรดไขมันที่เรียกว่า CLA ช่วยเบิร์นไขมันค่ะ


7. พักเบรคหัวเราะ

ทำงานเคร่งเครียด จ้องหน้าคอม ประชุม ทำงานซ้ำๆเดิมๆ มีแต่จะทำให้อยากนอน ทั้งๆที่ร่างกายไม่ได้ล้า แต่จริงๆสมองมันล้าต่างหาก

ให้เวลาพักผ่อนสมองทุกๆต้นชั่วโมง ดูคลิปเด็ก คลิปสัตว์น่ารักๆ  คุยเรื่องขำขันกับเพื่อนๆ

ถ้านึกอะไรไม่ออกก็หัวเราะออกมา แบบไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้  การหัวเราะต้องใช้พลังงานมากขึ้นกว่าการนั่งเฉยๆนะ

แล้วสังเกตุมั้ยเวลาเราหัวเราะท้องเราจะเกร็ง นั่นคือการฝึกกล้ามเนื้อท้องอย่างนึงด้วย


8. เพิ่มความเผ็ดร้อน

พืชตระกูลพริก มีความเผ็ดในตัวแบบธรรมชาติ  ต่างกันแค่เผ็ดมากเผ็ดน้อย ซึ่งเป็นสารที่เพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย  ทำให้เกิดการเผาผลาญมากขึ้น

แต่อย่าเผลอใส่เยอะ จนต้องหาของหวานมาดับเผ็ดนะคะ


9. กินมื้อเล็กๆพอร้องท้อง

ถ้าก่อนมื้ออาหารมักจะรู้สึกหิวมาก เช่น 10 โมงเช้า บ่าย 3 โมงเย็น  มักเป็นเวลาที่ห่างจากมื้อก่อนหน้าพอสมควร  อาจทำให้เมื่อถึงเวลามื้อถัดไป ต้องกินหนักจนเว่อร์

ก็ลองหาอะไร รองท้องซะก่อนก็ได้  เช่น ผลไม้ ถั่ว โยเกิร์ต นม ที่ทานแล้วไม่ทำให้หนักท้องจนแน่น  แบบนี้ก็จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ด้วย แต่ระวังอย่าเยอะเกินไปล่ะ


10. ทานสลัดอย่ามีแต่ผัก

มีผักก็ดีอยู่แล้ว แต่ผักล้วนๆ ไม่ได้ทำให้อิ่มเท่ากับการเติมเนื้อลงไปด้วย

เนื้อที่เติมก็ไม่ใช่แฮม เบคอน ไส้กรอกนะคะ  ต้องเป็นไข่ ไก่ ปลา ถั่ว

และที่สำคัญต้องไม่ลืมเติมน้ำมัน (ต้องน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวเท่านั้น) แบบนี้ถึงจะทำให้มีการเผาผลาญอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ


11. ยืนเล่นมือถือ

เคยรวมเวลาที่เราใช้มือถือมั้ยคะ วันๆนึงอาจมากกว่า 3 ชั่วโมงก็ได้

จงอย่าเสียเวลาช่วงนั้นไปกับการนั่งเฉยๆเลยค่ะ  ยืนเล่นสิ  ย่ำเท้ากับที่  หมุนเอว ลุกนั่ง ฯลฯ

ช่วงนี้แหล่ะ อาจเผาผลาญได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยแคลอรี่เลยก็ได้นะ


 

freeebook

เข่าเสื่อมเพราะวิ่ง

วิ่งไม่ให้เข่าเสื่อม

เข่าเสื่อมเพราะวิ่ง จริงหรือ

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่กระแทกข้อเข่ามากรองจากการกระโดด  แต่ก็ทำให้เกิดคำถามในใจว่า แล้วจะให้ออกกำลังกายแบบไหนล่ะ หรือถ้างั้นนักวิ่งก็เป็นข้อเข่าเสื่อมกันหมดแล้วน่ะสิ วันนี้มาค้นหาว่า เข่าเสื่อมเพราะวิ่ง จริงหรือ แล้วจะ วิ่งยังไงไม่ให้เข่าเสื่อม


แอดมินมีความรู้สึกว่า การวิ่ง มันเป็นกิจกรรมที่สนุก ปลดปล่อย ทำตอนไหนก็ได้ เล่นคนเดียวก็ได้ ไม่ต้องมีทักษะอะไรก็ได้ ง่าย และประหยัด

จริงอยู่ที่แรกๆอาจจะขี้เกียจ แต่พอเครื่องติดแล้ว ก็วิ่งได้ตลอด ไม่อยากเลิก ยิ่งได้ฟังเพลง ฟังสิ่งที่ชอบไปด้วย ก็ยิ่งทำได้นาน

แต่พอได้ยินว่าวิ่งแล้วเข่าข้อเสื่อม ก็รู้สึกเหมือนโดนหักอก  อะไรกันสิ่งที่เราทำมาตลอด ชอบ และสนุกกับมัน กลับกลายเป็นสิ่งไม่ดีงั้นเหรอ


พอลองค้นหาข้อมูลดู ก็พบว่าเรื่องข้อกับการวิ่ง  มีการพูดถึงกันจริงๆด้วย  บ้างก็ว่าเกี่ยว บ้างก็ว่าไม่เกี่ยว  แต่ที่ดูสมเหตุสมผลดีก็คือบทความของ นพ.สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา จากศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ  (จาก patrunning.info) สรุปได้ดังนี้

ที่วิ่งแล้วปวดเข่า ทำให้ข้อเสื่อม ก็เพราะไม่ฝึกกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรงซะก่อน อยู่ดีๆอยากวิ่งก็วิ่งหนักๆเลย กล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรง ก็ไม่สามารถรองรับแรงกระแทกได้

คนทั่วไปพอได้ยินว่าวิ่งแล้วลดโรคหัวใจ (เดี๋ยวนี้หวังผลเรื่องผอมมากกว่า) ว่างเมื่อไหร่ก็วิ่ง บ้าพลังทีก็ไปวิ่ง วิ่งทีก็วิ่งหนักๆ แล้วก็หยุดไป อยากวิ่งก็วิ่งอีกแบบนี้ โดยไม่ได้ฝึกกล้ามเนื้อขา เพื่อสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อให้แข็งแรงก่อน

ดังนั้นวิธีที่ถูกคือ ต้องฝึกกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรงซะก่อน


แอดมินคิดว่า คนที่ไม่ใช่นักกีฬา หรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกายบ่อยๆ น่าจะเริ่มวิ่งเหยาะๆเบาๆก่อน  ฝึกให้นานๆ แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มเวลา เพิ่มความเร็วก็ได้

มีอีกเรื่องที่น่าสนใจที่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดเข่าก็คือ วิธีวิ่งที่คนส่วนใหญ่มักใช้ส้นเท้าลง  ในขณะที่บางคนฝึกใช้ปลายเท้าลง มันจะยืดหยุ่นกว่า

สังเกตุว่าใครวิ่งเสียงดัง แสดงว่าวิ่งลงส้น  ใครวิ่งเงียบแสดงว่าใช้ปลายเท้า สปริงตัวดี


จากกระทู้ในพันทิปเรื่อง วิ่งแล้วเจ็บเข่า ให้ความเห็นว่า

“การวิ่งโดยใช้ส้นเท้าลงจะไปทำให้กระเทือนเข่า และสะโพกโดยตรง จึงควรวิ่งโดยใช้ปลายเท้าลงดีกว่า”

ส่วนในความเห็นที่ 37 ได้สรุปจากบทความของ Gretchen Reynolds ไว้ว่า

การวิ่งไม่ว่าจะเอาส้นลง ปลายเท้าลง หรือฝ่าเท้าลง ล้วนทำให้บาดเจ็บได้ทั้งนั้น โดยที่

การวิ่งแบบเอาส้นเท้าลง จะทำให้เจ็บเข่า ได้มากกว่าเอาปลายเท้าลง 16%

แต่การวิ่งแบบเอาปลายเท้าลง ก็ทำให้ข้อเท้า และเอ็นร้อยหวายบาดเจ็บได้มากกว่าการเอาส้นเท้าลง 20%

แต่หลายคนที่เปลี่ยนจาก วิ่งเอาส้นเท้าลง เป็นเอาปลายเท้าลง  ก็บอกว่าดีขึ้นไม่ปวดเข่าแล้ว

บางคนก็บอกว่า วิ่งเอาทั้งฝ่าเท้าทั้งเท้าลงสบายกว่า  จะได้กระจายน้ำหนัก


 

แอดมินเคยเห็นหลายคนที่วิ่งเสียงดังมาก ไม่รู้ลงส้นหรือลงปลายล่ะ แต่ดังตุ้บๆ เหมือนกระทืบพื้นมากกว่าวิ่งนะ

ดังนั้นวิธีดูง่ายๆก็คือ วิ่งเสียงดัง แสดงว่าส่วนไหนซักส่วนของร่างกายเรามันต้องโดนกระแทกแน่ๆ

เพราะฉะนั้นเวลาเท้าลงพื้น พยายามใช้แรงสปริงของข้อเท้ากับเข่า ลดแรงกระแทก ลงเบาๆไม่ให้มีเสียงดัง น่าจะเป็นวิธีสังเกตุแบบง่ายๆค่ะ


 

อีกอย่างคือฝึกกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง ควบคู่กันไปด้วย เช่น ท่าlunge ท่าสควอท ท่ายกขา ท่าขาดึงเชือก ฯลฯ ฝึกบ่อยๆ และเริ่มทีละน้อย ค่อยๆเพิ่ม ไม่หักโหม

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องเข่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ไปหาวิธีออกกำลังกายแบบอื่นๆเลยดีกว่า

เช่นว่ายน้ำ เดินในน้ำ หรือเดินแนวราบก็ได้  ไม่ควรจะไปซ้ำเติมข้อที่แย่อยู่แล้ว และอย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนด้วยค่ะ


สรุป

1.  ถ้ากังวลมาก ก็หันไปออกกำลังกายแบบอื่น เช่น ว่ายน้ำ เดินในน้ำ ปั่นจักรยาน เดินเร็วๆ เด้นแอโรบิก จักรยานเดินอากาศ(Elliptical) ท่าออกกำลังกายต่างๆ

2.  แต่ถ้ายังชอบวิ่งอยู่ ต้องฝึกกล้ามเนื้อขาเป็นประจำ และวิ่งเหยาะๆเบาๆ อย่ากระแทกเท้า ฝึกท่าวิ่งที่ถูกต้อง ใส่ที่รัดเข่า รัดข้อเท้าร่วมด้วย เพื่อ support

3.  กรณีปวดเข่า เจ็บข้อ ต้องพัก ห้ามซ้ำเติม


freeebook

ทำไม อ้วนลงพุง

ลดน้ำหนัก-12

ทำไม อ้วนลงพุง

ทำไมอ้วนถึงต้องไปลงที่พุง ถ้าตัดเรื่องดูไม่ดีออกไป  อ้วนลงพุง มันก็มีความหมายที่น่าจะต้องใส่ใจอยู่เหมือนกันนะ

เชื่อมั้ยว่า อ้วนแล้วออกสะโพก ออกแขน ออกขา ออกหน้า ยังจะดีซะกว่าอ้วนแล้วออกพุงนะ

เพราะการที่ อ้วนลงพุง พุงยื่น พุงเบียร์  มันบ่งบอกถึงการมีไขมันไปพอกพูนที่อวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ไส้ พุง  ซึ่งมันส่อถึงโรคหัวใจ เบาหวาน ไขมัน มะเร็งได้เลย

สาเหตุก็ไม่พ้นเรื่องอาหารที่กินเยอะเกินไป การออกกำลังกายน้อย ใช้พลังงานน้อยลง

แต่ถ้าบอกว่า ฉันก็พยายามแล้วนะ มันก็ยังลงพุงอยู่ งั้นเรามาดูกันว่ามันน่าจะมาจาสาเหตุอะไรอีกบ้าง


1. อายุมากขึ้น

เพราะอัตราการเผาผลาญที่น้อยลง  โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน จะมีฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนที่น้อยลง ทำให้มีไขมันสะสมรอบพุงได้ง่ายขึ้น


2. ไม่ยอมฝึกกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายด้วยคาร์ดิโออย่างเดียวมันไม่พอค่ะ ต้องเวทควบคู่กันไปด้วย เพราะการฝึกกล้ามเนื้อ จะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ทำให้เบิร์นไขมันได้มากขึ้น และเบิร์นแคลอรี่ได้มากขึ้น


3. ชอบกินแต่อาหารแปรรูป

อาหารส่วนใหญ่ ที่เราเห็นในซุปเปอร์ส่วนใหญ่  ล้วนเป็นอาหารแปรรูปทั้งนั้น เช่น เบเกอรี่ ขนมกรุบกรอบ ของหวานในซองสวยๆ ฯลฯ

ของพวกนี้จะไปเพิ่มความอักเสบระดับเซลล์  ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดไขมันรอบเอว   ถ้าลด ละ เลิก อาหารแปรรูป แล้วหันมากินพวกผัก ผลไม้ อาหารสดได้ล่ะก็ การลดพุงก็ง่ายขึ้นแน่ๆ


4. เลือกกินไขมันผิดประเภท

ไขมันที่กินได้มีทั้งที่เป็นประโยชน์ และเป็นโทษ ดังนั้นต้องเลือกให้ถูก

ควรเลือกน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก  น้ำมันปลา รวมถึงน้ำมันจากสัตว์ก็ได้

เลิกใช้น้ำมันพืชแปรรูปที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน ฯลฯ


5. ยังออกกำลังกายไม่มากพอ

ออกกำลังกายแบบเหยาะๆ แหยะๆ ก็ดีกว่าไม่ทำเลย  แต่ถ้าทำมานานแล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็ต้องเพิ่มความเข้มข้นเข้าไปอีก  เพิ่มความนานเข้าไป  ทำแบบที่รู้สึกว่ามันท้าทายขึ้น


6. ซิทอัพอย่างเดียว

อยากลดพุง ก็ซิทอัพจะได้ลดหน้าท้องไม่ใช่หรอ (เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนมาเรียกท่า ครั้นช์ กันแล้วนะ)

การซิทอัพ มันแค่การอัดให้กล้ามเนื้อมันแน่นเป็นซิกแพค  กล้ามเนื้อข้างในมันก็ดันไขมันที่ยังติดอยู่ด้านบนออกมาอยู่ดี

และต้องฝึกกล้ามเนื้อทุกๆส่วนร่วมด้วย  ไม่ใช่ซิทอัพอย่างเดียว เช่น Plank , Squat , Leg Raise ฯลฯ  รวมถึงการคาร์ดิโอร่วมด้วย


7. เครียดจัด

ทั้งเรื่องชีวิต การงาน ลูก ค่าใช้จ่าย ปัญหาต่างๆที่สร้างความเครียด  ทำให้ฮอร์โมนคอติซอลเพิ่มขึ้น  ซึ่งส่งผลให้ไขมันรอบเอวเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน


8. นอนดึกตื่นเช้า

การนอนไม่พอทำให้อ่อนเพลีย ไม่อยากใช้พลังงาน ไม่มีอารมณ์ออกกำลังกาย ระบบทุกอย่างในร่างกาย  ก็จะทุ่มเทไปกับสมองที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรง  แล้วจะไปเสียเวลากับการเผาผลาญทำไม ในเมื่อมันต้องเซฟพลังงานไว้

ดังนั้นจงนอนให้มาก 7-8 ชั่วโมง


9. เป็นคนรูปร่างอ้วนตรงกลาง

อันนี้โชคร้ายหน่อย  เพราะเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้  กับการที่จะมีรูปร่างแบบแอ๊ปเปิ้ลอยู่แล้ว

สิ่งที่เราทำได้ก็คือ  ขยันทำให้มากกว่าคนอื่น และพบแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญจริงๆ


10. ไม่มีกำลังใจมากพอ

ลองคิดถึงคนที่เขามีโรคประจำตัว  เช่นโรคอ้วนฮอร์โมน ที่ต่อให้เขากินเหมือนคนทั่วไป  แต่ก็ยังอ้วนเป็นร้อยๆโลสิ เขาน่าเห็นใจกว่าเราเยอะ

ถ้าคุณเป็นคนปกติ ไม่ได้มียีนส์อ้วนแบบร้อยๆโลล่ะก็  ทำให้สุดความสามารถเลยสิ  มองคนที่หุ่นดีกว่าเป็นไอดอล  และมองคนที่อ้วนกว่าเป็นกำลังใจซะ


freeebook