ประโยชน์ของโรสแมรี่

ประโยชน์ของโรสแมรี่

ประโยชน์ของโรสแมรี่

ส่วนใหญ่จะรู้จักโรสแมรี่กันในด้านของความหอม ดับกลิ่น ใช้ปรุงอาหารปิ่ง ย่าง ทอด แต่จริงๆแล้วโรสแมรี่เป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์สูงมาก โดยเฉพาะการต้านอนุมูลอิสระ  ชลอความแก่

เราได้รวบรวมประโยชน์ของใบโรสแมรี่ ดังนี้

1. ด้านความจำ

โรสแมรี่มีคุณสมบัติช่วยเรื่องของความจำ บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ ป้องกันสมองเสื่อม

2. ด้านอารมณ์

โรสแมรี่มีกลิ่นที่หอมสดชื่น ช่วยให้อารมณ์ดี รู้สึกดี คลายเครียด เป็น Aromatherapy มักนำไปทำน้ำมันหอมระเหย

3. ด้านภูมิคุ้มกัน

โรสแมรี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านสารก่อมะเร็งโดยธรรมชาติ

4. ต่อต้านเชื้อโรค

โรสแมรี่มีสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้

5. ด้านกระเพาะอาหาร

โรสแมรี่ช่วยบรรเทาอาการเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ท้องอืด

6. ด้านลมหายใจ

โรสแมรี่ช่วยให้ลมหายใจสดชื่น สุขภาพในช่องปากดี

7. ด้านหลอดเลือด

โรสแมรี่ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้การขนส่งออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8. ด้านการปวด

โรสแมรี่ช่วยบรรเทาอาการปวด เช่นปวหัว ไมเกรน

9. ด้านการต่อต้านการอักเสบ

โรสแมรี่ช่วยต่อต้านการอักเสบที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในร่างกายของเรา จากอายุที่มากขึ้น ทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ หลอดเลือดอักเสบ ข้อต่ออักเสบ

10. ด้านการล้างสารพิษ

โรสแมรี่เป็นตัวดีทอกซ์ที่ดี สามารถล้างสารพิษ เกลือ ให้ออกทางปัสสาวะได้ดี

11. ด้านผิวพรรณ

โรสแมรี่เป็นที่รู้จักกันดีในรูปแบบน้ำมัน สามารถใช้ทาช่วยบำรุงผิวภายนอก

12. สารอาหารสูง

โรสแมรี่มีสารอาหารที่สูง และหลากหลาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี โฟเลต วิตามินB6 แมงกานีส ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม มีไฟเบอร์สูง นอกจากนี้ยังมีโปรตีน ไขมันที่ดีอีกด้วย


ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ประโยชน์ของใบหม่อน

ประโยชน์ของใบหม่อน

ประโยชน์ของใบหม่อน

  1. ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด
  2. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์
  3. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด และช่วยทุเลาอาการจากโรคเบาหวาน
  4. ลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด
  5. ป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือด
  6. ช่วยลดความดันเลือด

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของใบหม่อน : เยลโล่

ประโยชน์ของใบพาสลี่ย์

ประโยชน์ของใบพาสลี่ย์

ประโยชน์ของใบพาสลี่ย์

1. อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหาร

ให้สารอาหารสูง แต่ให้แคลอรี่ต่ำมากๆ

สารอาหารที่โดดเด่นมากคือ เบตาแคโรทีน วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 บี 2 และบี 6 สูง วิตามินอี โปรตีน เส้นใยอาหาร

 

2. มีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ

ใบพาสลี่ย์มีฟลาโวนอยด์หลายชนิด รวมทั้งอาพิเจนิน ลูทีโอลิน ไครโซเออรอล เคมฟีรอล เควอซิติน ไอโซแรห์มเนติน กรดอะมิโนเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระ  ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

 

3. มีคลอโรฟิล (Chlorophyll)

สารสีเขียวในใบพาร์สลีย์ มีคลอโรฟิล เป็นไฟโทรนิวเทียนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

 

4. อื่นๆ

ใบพาร์สลีย์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ กระตุ้นการทำงานของไต มีธาตุเหล็กป้องกันโรคโลหิตจาง

ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารและแก๊สในทางเดินอาหารเป็นไปด้วยดี ทำให้ไม่เกิดอาการอึดอัดลดอาการปวดเสียด แก้โรคหอบหืด ลดอาการไอ

ในสมัยก่อนใช้เป็นยาบรรเทาปวด ประจำเดือนของสตรี อาการนมคัดของสตรีมีครรภ์


คุณค่าทางโภชนาการของใบพาร์สลี่ย์สด ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 36 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 6.33 กรัม
  • น้ำตาล 0.85 กรัม
  • ใยอาหาร 3.3 กรัม
  • ไขมัน 0.79 กรัม
  • โปรตีน 2.97 กรัม
  • วิตามินเอ 421 ไมโครกรัม (53%)
  • เบต้าแคโรทีน 5,054 ไมโครกรัม (47%)
  • ลูทีนและซีแซนทีน 5,561 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.086 มิลลิกรัม (7%)
  • วิตามินบี 2 0.09 มิลลิกรัม (8%)
  • วิตามินบี 3 1.313 มิลลิกรัม (9%)
  • วิตามินบี 5 0.4 มิลลิกรัม (8%)
  • วิตามินบี 6 0.09 มิลลิกรัม (7%)
  • วิตามินบี 9 152 ไมโครกรัม (38%)
  • วิตามินซี 133 มิลลิกรัม (160%)
  • วิตามินอี 0.75 มิลลิกรัม (5%)
  • วิตามินเค 1,640 ไมโครกรัม (1,562%)
  • แคลเซียม 138 มิลลิกรัม (14%)
  • ธาตุเหล็ก 6.2 มิลลิกรัม (48%)
  • แมกนีเซียม 50 มิลลิกรัม (14%)
  • แมงกานีส 0.16 มิลลิกรัม (8%)
  • ฟอสฟอรัส 58 มิลลิกรัม (8%)
  • โพแทสเซียม 554 มิลลิกรัม (12%)
  • โซเดียม 56 มิลลิกรัม (4%)
  • สังกะสี 1.07 มิลลิกรัม (11%)

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)


ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของใบพาร์สลี่ย์ : พาร์สเลม

 

 

ประโยชน์ของผลส้มแขก

ประโยชน์ของผลส้มแขก

ประโยชน์ของผลส้มแขก

ผลส้มแขก หรือ Garcinia cambogia   ซึ่งโด่งดังมาจากอาหารเสริมที่ชูสรรพคุณว่า สามารถช่วยลดน้ำหนักได้

ผลส้มแขก มีหลายตระกูล ต่างสี ต่างรูปร่าง ส่วนใหญ่รูปร่างคล้ายมังคุด แต่ไม่ใช่มังคุด

ส่วนของผลส้มแขก ที่ช่วยเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก อยู่ที่เปลือกของมัน ชื่อว่า Hydroxycitric acid (HCA) โดยปริมาณ HCA ควรมี 50-60% ถึงจะได้ผลดี

มีการวิจัยหลายแห่ง ที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับอาหารเสริมที่มีผลส้มแขกในปริมาณที่เหมาะสม สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก


 

ผลส้มแขกช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร

1.  ช่วยลดความอยาก

สาร HCA จะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนซีโรโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนควบคุมความหิว

2.  ช่วยลดไขมันหน้าท้อง

สาร HCA สามารถลดไขมันในเลือด และลดการเก็บไขมันใหม่ ทำให้ไขมันหน้าท้องลดลงได้

มีการศึกษาที่พบว่า HCA สามารถลดสาเหตุของโรคที่เกี่ยวกับไขมัน

โดย HCA ในผลส้มแขก จะเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ citrate lyase ซึ่งมีหน้าที่ในกระบวนการสร้างไขมัน


3.  อื่นๆ

  • ลดระดับอินซูลิน ทำให้ลดการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน
  • ลดระดับเลปทิน จึงอาจทำให้หิวบ้าง
  • ลดการอักเสบของเซลล์
  • ปรับปรุงการควบคุมน้ำตาลในเลือด
  • เพื่มความไวของอินซูลิน
  • ลดอาการท้องผูก

หมายเหตุ ข้อมูลข้างต้น เป็นเพียงงานวิจัยที่สนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับ Garcinia cambogia ไม่มีการยืนยันว่าทุกคนสามารถให้ผลเหมือนกัน  ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

อ้างอิง https://authoritynutrition.com


ผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบของผลส้มแขก : เยลโล่

ประโยชน์ของไฟเบอร์

dietary-fiber

ประโยชน์ของไฟเบอร์ เส้นใยจากอาหาร

ไฟเบอร์ เป็นฟอร์มหนึ่งของคาร์โบไฮเดรต แต่ไม่ใช่แป้ง เพราะไฟเบอร์จะไม่ถูกย่อย และไม่ถูกดูดซึม

ประโยชน์ของไฟเบอร์ ไม่เพียงแต่ทำให้ลำไส้ทำงานได้เป็นปกติแล้ว ยังช่วย ลดคอเรสเตอรอล รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม ช่วยให้ลดน้ำหนักง่ายขึ้น แถมยังช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้นด้วย


 

ไฟเบอร์ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  • ชนิดละลายน้ำได้ และชนิดไม่ละลายน้ำ
  • ในอาหารจะมีไฟเบอร์ทั้ง 2 ชนิดรวมอยู่ด้วยกัน  แต่ขึ้นอยู่กับว่าอาหารไหน จะมีไฟเบอร์ชนิดไหนมากกว่ากัน

 

ประโยชน์โดยรวมของทั้งสองชนิด

  • ช่วยให้อาหารเคลื่อนที่ผ่านทางเดินอาหาร ไปอย่างช้าๆ เพื่อขัดล้างลำไส้ อุจจาระนิ่ม และการขับถ่ายดี
  • ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดที่จำเป็นในลำไส้ ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น

 

ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้

  • สามารถดูดซับน้ำ แล้วพองตัวเปลี่ยนเป็นลักษณะคล้ายเจล เหมือนข้าวโอ๊ตแช่น้ำ
  • อาหารที่มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูง เช่น ข้าวโอ๊ต ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเมล็ดต่างๆ แอ๊บเปิ้ล เบอร์รี่ ผลไม้

 

ประโยชน์ของไฟเบอร์ ชนิดละลายน้ำได้

ปรับปรุงระบบขับถ่าย

  • ช่วยดูดซับไขมันคอเลสเตอรอล ในระบบทางเดินอาหาร แล้วนำออกจากร่างกายพร้อมกับอุจจาระ
  • ช่วยป้องกันเบาหวาน และรักษาระดับน้ำตาลในคนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว เพราะไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ สามารถรวมตัวกับน้ำ และน้ำตาลจากอาหาร  ช่วยชลอการดูดซึมน้ำตาล

 

ลดน้ำหนัก

  • ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ เมื่อรวมตัวกับน้ำ มันจะพอง  ทำให้เราอิ่มง่ายขึ้น อิ่มนานขึ้น สามารถลดแคลอรี่จากอาหารเพิ่มเติมได้โดยไม่หิว

 

ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร

  • ไฟเบอร์ที่ชุ่มน้ำ จะผ่านระบบทางเดินอาหาร ทำให้เพิ่มปริมาณอุจาระ ป้องกันท้องผูก และท้องเสีย

 

ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ

  • ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำจะไม่ดูดซับน้ำ  แต่ก็ต้องอาศัยน้ำในการเคลื่อนที่  มันก็จะเป็นเส้นใย ผ่านตลอดทางเดินอาหาร  เหมือนผักแช่น้ำ ที่เข้าไปขัดล้างท่อลำไส้
  • อาหารที่มีไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำสูง เช่น เมล็ดพืช เปลือกผลไม้ ดังนั้น ผลไม้ที่กินเปลือกได้ ก็ไม่ควรปอกทิ้ง ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท

 

ประโยชน์ของไฟเบอร์ ชนิดไม่ละลายน้ำ

ลดน้ำหนัก

  •  ไฟเบอร์ไม่มีการถูกดูดซึม จึงช่วยให้อิ่มเร็ว อิ่มง่าย  ลดความหิว

 

ระบบย่อยอาหาร

  • ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ อุจจาระเคลื่อนตัวง่าย ไม่ท้องผูก ลดความเสี่ยงโรคเกี่ยวกับลำไส้

 

ปริมาณไฟเบอร์ที่แนะนำต่อวัน

ผู้ใหญ่ ผู้ชาย 30-38 กรัมต่อวัน  , ผู้หญิง 21-25 กรัมต่อวัน


 

ข้อแนะนำ

ควรดื่มน้ำมากๆร่วมด้วย


อ้างอิง http://www.webmd.com . https://www.nutrition.org.uk http://www.medicalbariatrics.net


ผลิตภัณฑ์ที่มีไฟเบอร์สูง : ไฟเบอร์ แอนด์ เฮิร์บ , ไฟเบอร์บอนด์

ประโยชน์ของ กัวราน่า

guarana-berries

ประโยชน์ของ กัวราน่า

กัวราน่า เป็นพืชแถมลุ่มแม่น้ำอเมซอน เมล็ดกัวราน่ามีสารสำคัญชื่อว่า กัวรานิน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก รวมถึงความสามารถในการเผาผลาญไขมัน และช่วยเพิ่มพลังงาน

ปัจจุบัน กัวราน่าถูกนำมาใช้เป็นเครื่องดื่มชูกำลังพวก energy drink , sport drink ,  เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่เพื่อความมั่นใจควรปรึกษาที่ปรึกษาด้านสุขภาพ


 

ประโยชน์ของเมล็ดกัวราน่า

1.  กัวราน่า ช่วยเพิ่มพลังงาน 

เมล็ดกัวราน่า มีสารประกอบที่คล้ายคาเฟอีน  และอาจจะมีประสิทธิภาพสูงกว่ากาแฟด้วยซ้ำ  เพราะมีการออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบส่วนกลางประสาทอย่างช้าๆ แต่อยู่นานกว่ากาแฟ

กินในปริมาณเพียงเล็กน้อย จะช่วยต่อต้านความอ่อนเพลีย รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สร้างความสดชื่น มีพลังงาน ลดความเมื่อยล้า บำรุงสมอง ช่วยเรื่องสมาธิ

ช่วยให้เม็ดเลือดแดงขนส่งออกซิเจนได้มากขึ้น  ช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด  ทำให้การขนส่งสารอาหารได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย


 

2.  กัวราน่า ช่วยลดน้ำหนัก

คนพื้นเมืองในแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอน ดื่มชาจากเมล็ดกัวราน่า เพื่อลดความหิว ทำให้ลดน้ำหนักได้

สารประกอบในกัวราน่ายังส่งผลต่อระบบประสาทอย่างรวดเร็ว เพื่อกระบวนการสลายไขมันจากเซลล์ไขมัน ให้ออกสู่กระแสเลือด เพื่อใช้เป็นพลังงานระหว่างออกกำลังกาย

นอกจากช่วยลดความอยากอาหาร ของหวาน และความหิวแล้ว ยังช่วยลดความอยากบุหรี่ และ อยากกาแฟได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่กำลังดูแลน้ำหนัก เมื่อต้องควบคุมแคลอรี่ กินน้อยกว่าที่เคย ก็มักอยาก หรือหิว อ่อนเพลีย  ชากัวราน่าจึงช่วยให้มีพลังงาน สดชื่น มีแรง รู้สึกตื่นตัว


 

3.  กัวราน่า ช่วยเกี่ยวกับลำไส้

กัวราน่าช่วยเยียวยาอาการที่เกี่ยวกับลำไส้ เช่น มีแก๊ส ท้องเสีย โดยกัวราน่าจะช่วยดีทอกซ์ ทำความสะอาดระบบลำไส้


guarana-tea

สรุป ประโยชน์ของ กัวราน่า ในชีวิตประจำวัน

  • กัวราน่ามักใช้เพื่อการลดน้ำหนัก เพิ่มพลังงานให้นักกีฬา กระตุ้นประสาท ลดความเครียด ลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความสดชื่น เพิ่มสมาธิในการทำงาน การดูหนังสือ
  • บางครั้งยังใช้ในกลุ่มคนที่มีปัญหาความดันต่ำ โรคอ่อนล้าเรื้อรัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ขับปัสสาวะ
  • ประโยชน์ด่านอื่นๆ เช่น ท้องร่วง ท้องเสีย เป็นไข้ มีปัญหาเรื่องหัวใจ ปวดหัว ปวดข้อ ปวดหลัง เครียด

อ้างอิง http://www.livestrong.com , http://www.webmd.com

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัวรานา : เครื่องดื่มชา ผสมกัวรานาสกัดชนิดผง

ประโยชน์ของชาเขียว

 

ประโยชน์ของชาเขียว

เครื่องดื่ม ชาเขียว ถือว่าเป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่สุดในโลก อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ สารอาหารหลากหลายที่ทรงพลังต่อร่างกายคนเรา เช่น บำรุงสมอง ลดไขมัน ลดมะเร็ง และสุขภาพด้านอื่นๆอีกมากมาย


ประโยชน์ของชาเขียว

1.  ชาเขียว มี Bioactive Compounds

Bioactive Compounds คือ สารประกอบชีวภาพ จากธรรมชาติที่มีประโยชน์ แต่ไม่มีผลแง่ลบต่อร่างกาย

Bioactive Compounds ในใบชาเขียว มีสารอาหารสำคัญปริมาณมหาศาล เช่น สารประกอบโพลีฟีนอล จำพวกฟลาโวนอยด์ และ คาเทชิน อีกทั้งยังมีแร่ธาตุบางชนิดอีกเล็กน้อยด้วย

สารประกอบโพลีฟีนอล ชนิดที่โดดเด่นที่สุดชื่อว่า Epigallocatechin Gallate (EGCG)  ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลังที่สุด ช่วยปกป้องเซลล์ ชลอความเสื่อม และชลอวัย


 

2.  ชาเขียว ช่วยบำรุงสมอง

ในใบชาเขียวจะมีคาเฟอีน ซึ่งรู้กันดีว่าช่วยกระตุ้นระบบประสาท และสมอง  แต่ไม่ได้มีมากเกินไปเหมือนกาแฟ

คาเฟอีนระดับที่พอดีอย่างในชาเขียว ช่วยเกี่ยวกับ ระมบประสาทและสมอง  อารมณ์ การตื่นตัว และความจำ


 

3.  ชาเขียว ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ และสมรรถภาพของร่างกาย

มีการศึกษาวิจัยหลายแห่ง ที่บอกว่าชาเขียวมีส่วนช่วยในการกระตุ้นอัตราการเผาผลาญพลังงาน  และช่วยเพิ่มการเบิร์นไขมันในระยะสั้นๆได้ด้วย


 

4.  สารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียว ช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆของโลก เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ ฯลฯ

ซึ่งเกิดจากสารอนุมูลอิสระที่เราได้รับจากภายนอก เช่นอาหาร อากาศ ฯลฯ และเกิดจากภายในตัวเราเองได้ด้วย เช่น ความเครียด อายุที่มากขึ้น การออกกำลังกาย ฯลฯ

ชาเขียว เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมที่สุด

ข้อควรระวัง ไม่ควรเติมนมลงในชาเขียว เพราะนมจะไปลดสารต้านอนุมูลอิสระ


 

5.  ชาเขียวช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน

โรคสมองเสื่อม และโรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท  ซึ่งสารคาเทชินในชาเขียว สามารถป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อโรคดังกล่างได้เป็นอย่างดี


 

6.  ชาเขียวสามารถฆ่าแบคทีเรียได้

สารคาเทชินในชาเขียว สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และยับยั้้งเชื้อไวรัส ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ เช่น ไข้หวัด ฟันผุ ลมหายใจเหม็น


 

7.  ชาเขียวลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

300 กว่าล้านคนทั่วโลกที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (ชนิดที่เกิดจากการกิน หรือไม่ได้มีมาแต่กำเนิด)

โรคเบาหวานชนิดที่2 เป็นโรคที่มีความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน

หน้าที่ของอินซูลินก็คือ การนำน้ำตาลในเลือดไปใช้  หากเกิดภาวะต้านอินซูลินก็จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ทันท่วงที เลยส่งผลให้คนเป็นเบาหวานมักจะอ่อนเพลีย หน้ามืด เวียนหัวบ่อยๆ

ชาเขียวสามารถปรับปรุงความไวของอินซูลิน และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ป้องการการพัฒนาไปสู่โรคเบาหวานได้


 

8.  ชาเขียว ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหลอดเลือดหัวใจก็เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก

เนื่องจากชาเขียวสามารถลดความเสี่ยงหลักในการเกิดโรคดังกล่าวได้ เช่น ลดโคเลสเตอรอล LDL และไตรกลีเซอไรด์

ชาเขียวยังช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยป้องความเสียหายของเซลล์ จากการเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน LDL ซึ่งจะนำไปสู่โรคหัวใจ


 

9.  ชาเขียวช่วยลดน้ำหนัก ลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน

เนื่องจากชาเขียวสามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงาน และมีส่วนช่วยลดไขมันในช่องท้องซึ่งอันตรายกว่าไขมันในส่วนอื่นๆ


 

10.  ชาเขียวช่วยให้อายุยืน

แน่นอนว่าในเมื่อชาเขียวช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ตังข้างต้น ก็ย่อมทำให้อายุยืนอย่างสุขภาพดีได้

มีการศึกษาวิจัยในคนญี่ปุ่นที่ดื่มชาเขียวเป็นประจำ(มากกว่า 5 แก้วต่อวัน) จำนวน  4หมื่นกว่าคน พบว่ามีโอกาสเป็นโรคต่างๆน้อยมาก แถมส่วนใหญ่ยังเป็นคนสูงอายุอีกด้วย


 

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของชาเขียว : ชาเขียวสกัดผสมสมุนไพร

 

ทำไมต้องกินโปรตีน

ลดน้ำหนัก ทำไมต้องกินโปรตีน

ลดน้ำหนัก ทำไมต้องกินโปรตีน  โปรตีนสำคัญยังไง ควรกินโปรตีนจากอาหารอะไรบ้าง ต้องกินมากแค่ไหน  ทำไมคนที่กำลังลดน้ำหนัก ต้องกินโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป


 

ประโยชน์ของโปรตีน

  • โปรตีน ช่วยสร้าง , ซ่อมแซม และบำรุงรักษา เซลล์ และเนื้อเยื่อต่างๆ ให้แข็งแรง
  • โปรตีน เป็นส่วนประกอบของสารน้ำเกือบทุกชนิดในร่างกาย
  • โปรตีน ช่วยปรับสมดุลเกือบทุกอย่างในร่างกาย

 

กินโปรตีนแล้วไปไหน

พอเรากินอาหารพวกโปรตีนเข้าไป ผ่านน้ำลาย ผ่านน้ำย่อยในกระเพาะ ทำโปรตีนให้เล็กลง จนไปแตกตัวเป็น กรดอะมิโน ในลำไส้ แล้วค่อยถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้นั่นเอง


 

กรดอะมิโนจำเป็น และ ไม่จำเป็น

กรดอะมิโนที่ถูกดูดซึม จะมีทั้งชนิดจำเป็น และไม่จำเป็น แต่กรดอะมิโนไม่จำเป็น ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสำคัญนะ  แต่หมายถึง ร่างกายเราสร้างเองได้อยู่แล้ว

ส่วนกรดอะมิโนจำเป็น คือร่างกายเราสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น มีอยู่ 9 ชนิด ได้แก่ histamine , isoleucine , leucine , lysine , methionine , phenylalanine , threonine ,tryptophan และ valine


 

อาหารอะไรที่มีกรดอะมิโนจำเป็น

เนื้อสัตว์ , ไข่ , นม , ชีส , โยเกิร์ต , ถั่วเหลือง จึงเรียกได้ว่าเป็นอาหารที่มีคุณภาพสูง หรือ “โปรตีนที่สมบูรณ์แบบ” (Complete Protein) เพราะมีกรดอะมิโนครบทั้ง 9 ชนิด

โปรตีนจากพืชตระกูลถั่วต่างๆ ก็มีโปรตีน แต่ถือว่าไม่ใช่โปรตีนสมบูรณ์แบบ เพราะมีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบทั้ง 9 ชนิด


 

ถ้าขาดโปรตีน จะเป็นยังไง

ตัวเล็กกว่าที่ควร อ่อนแอ สมองช้า ภูมิต้านทานต่ำ เจ็บป่วยง่าย


ถ้าลดน้ำหนักแล้วกินโปรตีนไม่พอจะเป็นยังไง

เนื้อห้อย ย้อย ไม่กระชับ และกลับมาอ้วนอีกง่าย  โปรตีนยังทำให้อิ่มได้นาน ไม่หิวบ่อยๆอีกด้วย


 

ต้องกินโปรตีนมากแค่ไหน

สถาบันทางการแพทย์ ได้กำหนดค่า DRI (Daily Reference Intakes) ของโปรตีน หรือ ความต้องการโปรตีนต่อวัน ของแต่ละกลุ่มอายุ แบ่งได้ดังนี้ (อ้างอิง)

  • เด็กทารก ต้องการโปรตีน 1.5 กรัม / กิโลกรัม / วัน
  • เด็กเล็กอายุ 1 – 3 ปี ต้องการโปรตีน 1.1 กรัม / กิโลกรัม / วัน
  • เด็กโต 4 – 13 ปี ต้องการโปรตีน 0.95 กรัม / กิโลกรัม / วัน
  • วัยรุ่น 14 – 18 ปี ต้องการโปรตีน 0.85 กรัม / กิโลกรัม / วัน
  • วัยผู้ใหญ่ 18 ปีขึ้นไป ต้องการโปรตีน 0.8 กรัม / กิโลกรัม / วัน หรือวันละ 10 – 35%ของพลังงานทั้งหมด
  • ตั้งครรภ์ หรือ กำลังให้นมบุตร ต้องการโปรตีน 1.1 กรัม / กิโลกรัม / วัน

 

กลุ่มคนพิเศษ ที่ต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป 

  • สำหรับนักกีฬา ประเภทที่ต้องอาศัยความทนทาน  ออกกำลังกายได้เป็นชั่วโมงๆ เช่น วิ่งได้นานๆ ปั่นได้นานๆ หรือ แบบแอโรบิคต่างๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการสร้างกล้ามเนื้อ ต้องการโปรตีน 1.2 – 1.4 กรัม / 1 กิโลกรัม / วัน
  • สำหรับนักกีฬา ประเภทที่สร้างกล้ามเนื้อ  ต้องการโปรตีน 1.4 – 1.8 กรัม / 1กิโลกรัม / วัน

(อ้างอิง)


 

ลดน้ำหนัก สร้างกล้าม ที่ต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป

  • สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก ต้องการโปรตีน 1.8 – 2.2 กรัม / 1 กิโลกรัม / วัน  (แอดมินปรับจากต้นฉบับ หน่วยเป็นต่อปอนด์ แปลงหน่วยให้เป็น ต่อกิโลกรัม เพื่อให้จำง่ายนะคะ)
  • ผู้หญิงที่จะสร้างกล้ามเนื้อ กระชับกล้ามเนื้อ หรือรักษากล้ามเนื้อไว้แต่จะลดไขมัน เขาแนะนำให้กินโปรตีนถึง  2.2-2.6 กรัม / 1 กิโลกรัม / วัน เลยทีเดียว
  • แต่สำหรับผู้ชาย ก็มากขึ้นมาหน่อย อยู่ที่ 2.2 – 3.3 กรัม / 1 กิโลกรัม / วัน

(อ้างอิง acaloriecounter)


หมายเหตุ : แอดมินปรับหน่วย จากต้นฉบับเป็นต่อปอนด์ แปลงหน่วยให้เป็นต่อกิโลกรัม เพื่อให้จำง่ายนะคะ


 

คนลดน้ำหนัก แต่ไม่ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายนิดหน่อย

ควรกินโปรตีน 1-1.8 กรัม / กิโลกรัม / วัน

คนลดน้ำหนัก และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ควรกินโปรตีนมากกว่าปกติ

ควรกินโปรตีน 1.8 – 2.2 กรัม / กิโลกรัม / วัน  จะได้ซ่อมแซมร่างกายได้เต็มที่ เห็นผลเร็วกว่า


 

ตัวอย่าง

สมมติว่า น้ำหนัก 60 กิโลกรัม

คนทั่วไป / รักษาน้ำหนัก ต้องกินโปรตีน 48 กรัม/วัน

กำลังลดน้ำหนัก แต่ไม่ออกกำลังกายเลย หรือออกกำลังกายนิดหน่อย ต้องกินโปรตีน 60 – 108 กรัม (ช่วยรักษากล้ามเนื้อ)

กำลังลดน้ำหนัก และออกกำลังกายด้วย  ต้องกินโปรตีน 108 – 132 กรัม (ฟิตและเฟิร์มกว่า)


 


ตัวอย่างปริมาณโปรตีนในอาหาร

มื้อที่1

อกไก่ 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม) มีโปรตีน 4.7 กรัม

—> ถ้ากิน 5 ช้อนโต๊ะ จะให้โปรตีน 23.5 กรัม

มื้อที่2

ไข่ 1 ฟอง (50 กรัม) มีโปรตีน 6.3 กรัม

—> ถ้ากิน 2 ฟอง จะให้โปรตีน 12.6 กรัม

มื้อที่3

ปลาทู 1 ช้อนโต๊ะ (15กรัม) มีโปรตีน 3 กรัม

—> ถ้ากินทั้งตัว(ตัวใหญ่ๆ) นับเฉพาะน้ำหนักเนื้อ ก็ประมาณ 100 กรัม จะให้โปรตีน 20 กรัม

มื้อว่าง

นมจืด 1 กล่อง (250 มล.) มีโปรตีน 10 กรัม

รวมโปรตีนได้ 66.1 กรัม

แปลว่า…

–  สำหรับคนทั่วไป และคนลดน้ำหนักที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ถือว่าได้โปรตีนเพียงพอ

–  แต่คนลดน้ำหนักที่ออกกำลังกายร่วมด้วย หรือคนสร้างกล้ามเนื้อ  ถือว่ายังไม่พอ

ตรวจสอบ ปริมาณโปรตีนในอาหาร



ข้อสังเกตุ

อย่าลืมว่า โปรตีนก็ให้แคลอรี่เหมือนกันนะ  นี่คือความยากของการลดน้ำหนัก โปรตีนก็ต้องเยอะ แคลอรี่ก็ต้องลด คนที่ลดน้ำหนัก หรือเล่นกล้าม ก็เลยต้องกินโปรตีนเสริม จากอาหารเสริม เพื่อให้ได้โปรตีนเพิ่ม  แต่แคลอรี่ไม่เพิ่มเยอะนั่นเอง



โปรตีน ไม่ควรเกินเท่าไหร่

ไม่ว่าจะลดน้ำหนัก หรือสร้างกล้ามเนื้อ หรือคนทั่วไปก็ตาม ควรจำกัดปริมาณโปรตีน ไม่เกิน 3.3 กรัม / 1 กิโลกรัม / วัน  (คงไม่มีใครกินมากขนาดนั้นหรอกมั๊ง)


สเต็กไก่

ลดน้ำหนัก ทำไมต้องกินโปรตีน

1.  โปรตีน ช่วยรักษากล้ามเนื้อ

เพราะการลดแคลอรี่จากอาหาร จะทำให้ร่างกายเพิ่มการสลายไกลโคเจนในกล้ามเนื้อมากขึ้น เพื่อทดแทนพลังงานที่ขาดไป นั่นก็แปลว่า การลดน้ำหนัก จะทำให้กล้ามเนื้อลดลงเป็นเรื่องปกติ

นอกจากการลดน้ำหนักจะทำให้กล้ามเนื้อลดลงแล้ว อายุที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้กล้ามเนื้อลดลงได้เหมือนกัน

นี่คือสาเหตุที่ทำให้คนลดน้ำหนัก และคนสูงอายุ มักมีกล้ามเนื้อเหี่ยว หย่อนยาน ย้อย ดูโทรม เพราะการสูญเสียกล้ามเนื้อนั่นเอง


2. โปรตีน ช่วยรักษาระบบเผาผลาญ

  • กล้ามเนื้อ หนัก 4.5 กิโลกรัม สามารถเผาผลาญแคลอรี่ขณะพักได้ถึง 50 แคลอรี่
  • ไขมัน หนัก 4.5 กิโลกรัม สามารถเผาผลาญแคลอรี่ขณะพักได้แค่ 20 แคลอรี่

จะเห็นว่าน้ำหนักเท่ากัน แต่เผาผลาญได้ไม่เท่ากัน ดังนั้น หากมีมวลกล้ามเนื้อมาก ก็จะทำให้มีระบบเผาผลาญดีกว่า

(อ้างอิง)


3.  โปรตีน ช่วยให้อิ่มนานกว่า

  • การย่อยและการดูดซึมของโปรตีน ต้องใช้เวลานาน และใช้พลังงานมากกว่า  เพราะโครงสร้างโปรตีนมีความซับซ้อน และมีอนุภาคที่ใหญ่ ทำให้อิ่มนานกว่า คาร์โบไฮเดรท
  • เมื่อเทียบในแคลอรี่ที่เท่ากัน กินอาหารประเภทโปรตีน จะอิ่มกว่ากินอาหารประเภทแป้ง ทำให้กินได้น้อยลง ลดแคลอรี่ได้ดีกว่า
  • อกไก่ 1 ชิ้น (~100 ก.) ให้พลังงาน ~180 แคลอรี่ เทียบกับ ขนมปัง 2 แผ่น 160 แคลอรี่ จะเห็นว่า กินอกไก่อิ่มกว่า อร่อยกว่า

(อ้างอิง)


ผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนสูง : โปรตีนเชค พร้อมสารอาหารครบ 5 หมู่  , โปรตีน พีพีพี (โปรตีนล้วนๆ)

ไฟเบอร์

ไฟเบอร์

ไฟเบอร์ แอนด์ เฮิร์บ ชนิดเม็ด

FIBER & HERB เส้นใยอาหารจากพืชผักสมุนไพร

  • อาหารที่เราทานในแต่ละวัน มักจะเต็มไปด้วยแคลอรี่ แป้ง และไขมัน  แต่มีเส้นใยอาหารที่น้อยมาก

 

ไฟเบอร์ แอนด์ เฮิร์บ 

  • เป็นไฟเบอร์ที่มีทั้งชนิดละลายน้ำได้ และชนิดไม่ละลายน้ำ
  • แต่จะเน้นไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำให้มากขึ้น
  • ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ ช่วยเกี่ยวกับระบบลำไส้ ให้อาหารที่ย่อยแล้ว เคลื่อนตัวได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังมีผลเกี่ยวกับความอิ่มด้วย

 

วิธีรับประทาน

  • ทานครั้งละ 3 เม็ด 3 มื้อ พร้อมอาหาร และดื่มน้ำตามมากๆ
  • ปริมาณ 180 เม็ด

ราคา : สอบถาม line : ezygodiet

contact-1


 

หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ Herbalife เป็นอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการรักษาโรคใดๆ ผู้ใช้ควรรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการใช้ผลิตภัณฑ์


Herbalife-เฮอร์บาไลฟ์-7

ไฟเบอร์ แอนด์ เฮิร์บ

 

ชากัวราน่า

ชากัวรานา

ชากัวราน่า N-R-G (Nature’s Raw Guarana)

เครื่องดื่มชา ผสมกัวรานาสกัดชนิดผง Instant Tea Mix with Guarana Extract

ปกติเวลาเรารู้สึก ง่วง เพลีย ในระหว่างวัน รู้สึกไม่สดชื่น ไม่มีพลังงาน เราจะทำยังไง?

ส่วนมากก็คงหากาแฟมาดื่มแก้ง่วง แต่บางทีเราก็ไม่อยากกินกาแฟเพียวๆ เพราะมันขม เราคงเติมครีมเทียมหรือน้ำตาล  หรือต้องไปซื้อกาแฟเจ้าดังมาดื่ม

แต่ผลที่ตามคือ กินมากๆก็อ้วน เพราะแคลอรี่สูง จะดีมั้ยถ้ามีเครื่องดื่มธรรมชาติ  ที่ดื่มมากๆได้  ไม่อ้วน  แถมทำให้สดชื่นไม่ง่วงนอน  ปลอดภัยด้วย ในราคาที่เทียบกับกาแฟสดแล้ว ถูกกว่ามาก

สำหรับผู้ที่กำลังดูแลน้ำหนัก เมื่อต้องควบคุมแคลอรี่ กินน้อยกว่าที่เคย ก็มักอยาก หรือหิว อ่อนเพลีย  ชากัวราน่าจึงช่วยให้มีพลังงาน สดชื่น และประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย


 

กัวรานา คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

คลิ๊กเพื่ออ่าน ประโยชน์ของเมล็ดกัวราน่า


 

วิธีรับประทาน

  • ใส่ชากัวราน่า ½ ช้อนชา (1 กรัม) ผสมน้ำร้อน หรือเย็น 180 มล.
  • 1 กระปุกมีปริมาณ  60 กรัม
  • สอบถามราคา  Line : ezygodiet

contact-1

หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ Herbalife เป็นอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการรักษาโรคใดๆ ผู้ใช้ควรรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการใช้ผลิตภัณฑ์

 

Herbalife-เฮอร์บาไลฟ์-13